RSS

Android Story ตอนที่ 1 Android History

Sat, Jan 1, 2011

1 Comment

สวัสดีครับ หลังจากขึ้นปีใหม่มาเราก็มาเริ่มกันเลยครับ กับตอนที่ 1 ประวัติและความเป็นมาของ Android

ในเดือนกรกฏาคมปี 2005 Google ได้เข้าซื้อกิจการของ Android Inc. บริษัทเล็กๆใน Palo Alto, California, USA. โดยเข้าซื้อทั้งกิจการและซื้อทั้งตัวบุคลากรใน Android Inc. ทั้งหมด ในเวลานั้นน้อยคนนักที่จะรู้จักว่าแอนดรอยคืออะไร รู็กันก็แต่ว่ากลุ่มคนที่ถูกซื้อจากบริษัทแอนดรอยนั้นทำซอฟแวร์สำหรับมือถือ ซึ่งในขณะนั้น Google ก็มีแผนจะรุกตลาดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เคลื่อนที่เช่นกัน

http://img.spacethai.net/images/500pxandro.png

ที่กูเกิล หัวหน้าทีมผู้พัฒนาคือ Andy Rubin กำลังพัฒนาระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์เคลื่อนที่รวมไปถึงโทรศัพท์มือถือโดยใช้ Linux kernel เพื่อเป็นระบบปฏิบัติการให้แก่ผู้ผลิตและผู้ให้บริการโทรศัพท์ โดยมีหลักสำคัญคือ Android ต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถอัพเกรดได้ พร้อมทั้งสามารถรองรับบริการต่างๆจากทาง Google ได้อย่างคล่อง

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2007 Google ได้วางแผนในการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android  โดยจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคม รวมไปถึงบริษัทผลิต Application และบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ โดยได้มีการก่อตั้ง องการที่มีชื่อว่า

Open Handset Alliance

http://img.spacethai.net/images/openhandse.png

Open Handset Alliance เป็นองกรความร่วมมือจากหลายๆภาคส่วนด้านโทรคมนาคมและอุปกรณ์รอมไปถึงซอฟแวร์ที่รวมตัวกันเพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android โดยมี Google เป็นแกนนำ และมีบริษัทที่เข้าร่วมมากมายทั้ง Texas Instruments, Broadcom Corporation, Google, HTC, Intel, LG, Marvell Technology Group, Motorola, Nvidia, Qualcomm, Samsung Electronics, Sprint Nextel และ  T-Mobile โดยร่วมกันพัฒนามาตราฐานของอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบเปิด ต่อมา Open Handset Alliance ได้เปิดตัวโปรเจคแรกนั้นก็คือ Android mobile platform โดยใช้ Linux kernel version 2.6 เป็นฐานการพัฒนา

ในช่วงปลายปี 2008 Open Handset Alliance ได้มีบริษัทมาเข้าร่วมเป็นสมาชิกอีกกว่า 14 บริษัท คือ PacketVideo, ARM Holdings, Atheros Communications, Asustek Computer Inc, Garmin Ltd, Softbank, Sony Ericsson, Toshiba Corp, and Vodafone Group Plc.

Share
Continue reading...

Happy New Year !! สวัสดีปีใหม่ครับ และมาดูว่าปีนี้ Phet.in.th จะมีอะไรบ้าง

Sat, Jan 1, 2011

0 Comments

ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เข้ามาอ่านบล็อกนะครับ

ต้องยอมรับว่า 1 ปีที่ผ่านมาผมได้นำเสนอเนื้อหาน้อยมาก ต้องกราบขอโทษจริงๆ เนื่องจากติดภารกิจการงานค่อนข้างมาก

สำหรับปีนี้ผมก็ตั้งใจว่า จะเพิ่มเนื้อหาให้มากขึ้น แล้วก็อย่าลืม ไปติดตาม Phet.in.th ได้ตาม Social network นะครับ

ทั้งทาง Facebook : http://www.facebook.com/phet.in.th

และ Twitter : http://twitter.com/phetinth

แต่ที่แน่ตอนนี้ มีแผนในการทำ Android Story บทความที่รวมเรื่องราวเกี่ยวกับ Android โดยจะปล่อยเนื้อหาเป็นก้อนๆใหญ่ๆเลยนะครับเพราะต้องทำงานส่งไปพร้อมๆกัน

เร็วๆนี้ครับ กับ Phet.in.th Android Story

Share
Continue reading...

DDoS กับสถานะการที่ WikiLeaks ต้องเผชิญ

Wed, Dec 15, 2010

0 Comments

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ไม่เจอกันเกือบเดือน มีข่าวๆนึงที่เรามักจะได้ยินในช่วงที่ผ่านมา

เราคงได้ยินเรื่องราวของ WikiLeaks เว็บไซด์ที่นำเสนอข้อมูลลับ จากรัฐบาลหลายๆรัฐบาลทั่วโลกรวมไปถึงบริษัทเอกชนที่มี นาย จูเลียน อาสซานจ์ เป็นผู้ก่อตั้งและกลายเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวไปแล้วเรียบร้อยในขณะนี้

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่าหลังจาก WikiLeaks กลายเป็นกระแสข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ข้อมูลลับต่างๆจากรัฐบาลหลายๆประเทศทั้ง สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ก็โดนเผยแพร่ออกมาด้วย หลังจากนั้นไม่นาน WikiLeaks ก็โดนโจมตีอย่างหนักด้วย วิธีการ DDoS

http://img.spacethai.net/images/wlogo.pngแล้ว DDoS คืออะไร ?

DDoS ย่อมาจาก Distributed Denial of Service ก่อนอื่นเราต้องแยกมันเป็นสองส่วนก่อนนะครับ คือ

DoS เป็นการโจมตีหรือจู่โจมก่อกวนระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือเครื่อง Server
จนทำให้เครื่อง Server หรือเครือข่ายนั้นๆไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ เรียกกันภาษาบ้านๆเราเรียกกันว่าโดนยิงเครื่องนั้นเอง

ส่วน DDoS นั้นเป็นการโจมตีแบบ DoS ที่อาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเน็ตเวิร์กหลายๆเครื่องทำการโจมตีแบบ DoS พร้อมๆกัน

โดยการโจมตีประเภทนี้อาศัยหลักการของการส่ง packet ของข้อมูลไปยังเครื่อง Server เป้าหมายไปในบริมาณมากทำให้เครื่อง Server เป้าหมายไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่ง DDoS อาจจะอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ว่ากันหลักร้อย หรือ หลักพันเครื่องที่โจมตีเพื่อเป้าหมาย

แล้วทำไมต้องโจมตี WikiLeaks ด้วยวิธี DDoS ?

ว่ากันว่า WikiLeaks ใช้ CMS ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาต่อจาก  Media Wiki ว่ากันว่ามีความแข็งแกร่งที่ยากที่จะ Hack เข้าไปเพื่อทำลายข้อมูลได้ จึงมีเพียงหนทางเดียวที่จะทำการโจมตี WikiLeaks ได้ คือใช้วิธีการ DDoS

แต่การจะทำให้เว็บไซด์อย่าง WikiLeaks ล่มได้ด้วยวิธีการ DDoS ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อาจจะต้องใช้วิธีการ DDoS กันในระบบ Data Center กันเลยทีเดียวซึ่งแน่นอนมันต้องเป็นคำสั่งจากผู้เสียผลประโยชน์หรือรัฐบาลของประเทศนั้นๆเป็นแน่

http://img.spacethai.net/images/dosfigure4.gif

แผนภาพแสดงการจู่โจมแบบ DDoS

WikiLeaks หลังจากที่ถูกโจมตีด้วยวิธีการ DDoS อย่างหนักจนทำให้เว็บไซด์เข้าแทบไม่ได้ก็ได้มีความพยายามย้ายเว็บไซด์ไปใช้บริการของ Elastic Cloud Computing (EC2) ของ Amazon แต่ก็ไม่วายรัฐบาลสหรัฐก็กดดันให้ Amazon งดให้บริการแก่ WikiLeaks

ปัจจุบัน WikiLeaks มี Mirror Website มากกว่า 300 เว็บที่ยังสามารถเข้าไปใช้งานได้ตามปรกติจากความร่วมมือของผู้สนับสนุนจากทั่วโลก

หา Mirror Site ของ WikiLeaks ได้จาก http://wikileaks.ch/mirrors.html

ใน Wikipedia ได้นิยาม  WikiLeaks ไว้สั้นๆว่า

วิกิลีกส์ (อังกฤษ: Wikileaks) เป็นเว็บไซต์ที่นำข้อมูลเอกสารของรัฐบาลและบริษัท  ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเผยแพร่ เพื่อการกล่าวหาได้ โดยไม่ถูกผลกระทบทางลบกลับจากองค์กรเหล่านั้น เว็บไซต์วิกิลีกส์อ้างว่าการส่งข้อความต่าง ๆ นั้นจะไม่สามารถถูกติดตามได้ ไม่ว่าจากใครก็ตาม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของ WikiLeaks ดูได้จาก http://en.wikipedia.org/wiki/WikiLeaks

Share
Continue reading...

Micro SIM คืออะไร ต่างจาก SIM ธรรมดาตรงไหน แล้วทำไมต้อง Micro SIM

Thu, Dec 2, 2010

0 Comments

เมื่อเราพูดถึง SIM การ์ด แน่นอนเราทุกคนรู้จักมันเพราะมันคือการ์ดสำหรับใช้บ่งบอกว่ามือถือที่เราใช้อยู่ใช้ระบบอะไร เบอร์อะไร มีตังเท่าไหร่ ….

แต่ช่วงหลังๆมาเมื่อไม่ถึง 1 ปี เราก็ได้ยินศัพท์แปลกๆ มันคือ Micro SIM

Micro SIM คืออะไร

สั้นๆ ง่ายๆ นะครับคือมันเป็น SIM Card ขนาดเล็กที่เล็กว่า SIM Card ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ microSIM นั้นจะมีความกว้าง 12 มิลลิเมตร และยาว 15 มิลลิเมตร ดูขนาดได้จากภาพประกอบด้านล่าง

http://img.spacethai.net/images/362pxgsmmi.png

Micro SIM ต่างจาก SIM Card ธรรมดาตรงไหน ??

คำตอบคือ แทบไม่ต่างครับ แค่การลดขนาดของพลาสติกที่ไม่ใช้ และลดขนาดหน้าสัมผัสทองแดง เท่านั้นเองจริงๆ

ถ้าอยากเห็นความต่างเรามาดูพัฒนาการของ SIM Card กันดีกว่า

เมื่อสมัยแรกของโทรศัพท์มือถือ GSM ราวๆยุค GSM 2 Watt ออกใหม่ๆเค้าจะใช้ SIM Card แบบตัวเต็มๆ

http://img.spacethai.net/images/4721150890.jpg

Full-size     มาตรฐาน ISO/IEC 7810:2003, ID-1   (85.60 mm × 53.98 mm × 0.76 mm)

http://img.spacethai.net/images/simcard1.jpgต่อมาด้วยเหตุผลที่ว่า อุปกรณ์ขนาดเล็กลง พลาสติกบนตัวบัตรก็ไร้ประโยชน์ ก็เลยก็เป็น SIM Card ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน เราต้องเรียกมันว่า mini-SIM

mini-SIM ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายที่สุดในโลกด้วยเหตุผลที่ว่าขนาดเล็ก พอเหมาะ

Mini-SIM  มาตรฐาน   ISO/IEC 7810:2003, ID-000 (25 mm × 15 mm.)

ต่อมาเมื่อบรรดาอุปกรณ์ต่างๆพัฒนาเรื่อยๆจนมีขนาด เล็กและบางลง เรื่อยๆจึ่งเริ่มมีแนวคิดการลดขนาด SIM อีกครับโดย ลดขนากของแถบสัมผัสทองแดงลงและตัดส่วนของพลาสติกที่ไม่จำเป็นทิ้งไปเกือบหมด กลายเป็น Micro SIM

http://img.spacethai.net/images/450pxtelia.jpg

ซึ่งจากข้อมูลที่ผมได้มา Micro SIM นั้นถูกพัฒนาโดย European Telecommunications Standards Institute (ETSI)โดยพัฒนามาในช่วงเดียวกับการเริ่มต้นเทคโนโลยีในกลุ่ม 3G โดยจุดประสงค์หลักคือเพื่อลดขนาดของลอง SIM Card ให้เล็กลงนั้นเอง (เหตุผลง่ายๆ)

แล้วทำไมต้อง Micro Sim ??

ก็เพราะในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีอุปกรณ์สื่อสารที่ต้องใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ทั้งๆที่ตัวมันเองไม่ใช่โทรศัพท์ เช่น iPad หรือ ถ้าเป็นโทรศัพท์ก็ iPhone 4

พวกอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆมักจะทำมาให้ใช้กับ Micro SIM นั้นอาจเป็นเพราะการแข่งขันเรื่องของการออกแบบรูปร่างของอุปกรณ์เหล่านี้ (SIM Card จะไม่ได้เป็นอุปสรรค)

http://img.spacethai.net/images/09061006.jpg

SIM card sizes
Sซึ่งจากข้อมูลที่ผมได้มา Micro SIM นั้นถูกพัฒนาโดย European Telecommunications Standards Institute โดยพัฒนามาในช่วงเดียวกับการเริ่มต้นเทคโนโลยีในกลุ่ม 3G โดยจุดประสงค์คือเพื่อลดขนาดของลอง SIM Card ให้เล็กลงนั้นเอง (เหตุผลง่ายๆ)IM card Standard reference Length (mm) Width (mm) Thickness (mm)
Full-size ISO/IEC 7810:2003, ID-1 85.60 53.98 0.76
Mini-SIM ISO/IEC 7810:2003, ID-000 25.00 15.00 0.76
Micro-SIM ETSI TS 102 221 V9.0.0, Mini-UICC 15.00 12.00 0.76
Share
Continue reading...

Tianhe-1A Super Computer ที่เร็วที่สุดในโลก ณ เดือนพฤศจิกายน 2010

Tue, Nov 16, 2010

2 Comments

สวัสดีครับเมื่อราวๆปีที่แล้วเห็นจะได้ผมเคยนำเสนอเรื่องราวของ Roadrunner Supercomputer ที่เร็วที่สุดในขณะนั้น แต่ก็อย่างว่าครับ ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า คลื่นลูกใหม่ ย่อมแรงกว่าคลื่นลูกเก่าในที่สุดก็มีผู้มาทำลายสถิติจนได้

http://img.spacethai.net/images/u138p200t1.jpg

Tianhe-1A เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในตระกูล Tianhe-1 ที่เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของทางประเทศจีนใกล้ๆบ้านเรานี่เอง พัฒนาโดย National University of Defense Technology ประเทศจีน ตั้งอยู่ที่ National Supercomputing Center, Tianjin ประเทศจีน ซึ่งในช่วงหลังๆมาประเทศจีนได้ทุ่มทุนพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้มีขีดความสามารถในระดับโลกให้ได้

Simplified Chinese     天河一号
Traditional Chinese     天河一號

คำแปลภาษาอังกฤษ “Milky Way No.1″

และในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาจีนได้เริ่มโครงการซูเปอร์คอมพิวเตอร์  Tianhe-1A ซึ่งรายละเอียดต่างๆก็มีดังนี้ครับ

Tianhe-1A ประกอบด้วย CPU Intel Xeon X5670 จำนวน 14,336 ตัว แต่ละตัวทำงานได้ที่ความเร็ว 2.93 GHz และอาจเร่งได้ถึง 3.33 GHz เลยที่เดียว เป็น CPU ชนิด 6 Core 12 Threads นั้นเมื่อเรานำมาคำนวนเล่นๆแล้วหล่ะก็ มันก็เหมือนกับมี CPU แบบคอร์เดียวมากถึง 172302 ตัว

ยังครับยังไม่หมด Tianhe-1A ยังมีการ์ดจอ Nvidia Tesla M2050 จำนวน 7168 ตัว แต่ละตัวมีหน่วยความจำที่ใช้ในการประมวลกราฟฟิก 6 GB โอ้วคิดแล้วมหาศาล

http://img.spacethai.net/images/tianhe2.jpg

ยังครับยังไม่หมด Tianhe-1A ยังติดตั้ง CPU ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศจีนคิดค้นเองคือ NUDT FT1000 อีก 2,048 ไว้ในระบบ

ซึ่งจากการทดสอบการทำงานของเครื่อง Tianhe-1A นั้นสามารถทำงานได้สูงสุดถึง 4.701 petaflops แต่ในสภาพการใช้งานปกติแล้วจะอยู่ที่ 2.507 petaFLOPS

โดยพื้นที่ในส่วนการทำงานของเครื่อง Tianhe-1A นี้จะแบ่งออกเป็น 112 ตู้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์คำนวณ 12 ตู้สำหรับการเก็บข้อมูล 6 ตู้สำหรับการติดต่อสื่อสาร และ 8 ตู้สำหรับอุปกรร์ด้าน I/O

http://img.spacethai.net/images/tianhe1.jpg

หน่วยความจำสำรองของระบบทั้งหมดมี 2 Petabytes = 2048 Terabyte  = 2,097,152 Gigabyte

ส่วน RAM หรือหน่วยความจำหลักก็มี 262 Terabytes

ระบบปฏิบัติการที่ใช้คือ Linux

แน่นอนว่าการเชื่อมต่อกันของคอมพิวเตอร์เหล่านี้ใช้ port ที่ทางจีนออกแบบสถาปัตกรรมเองชื่อว่า Arch ที่ทำงานบนพื้นฐานของ port ความเร็วสูงของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วๆไปที่มักจะใช้ InfiniBand

http://img.spacethai.net/images/cybercom.jpg

ปัจจุบัน Tianhe-1A ถูกใช้ในงานภาคกิจด้าน การจำลองสภาพอากาศ การวิเคราะห์โครงสร้างของพลังงานชนิดใหม่ การจำลองการบินอากาศยานที่ต้องใช้ความเร็วการประมวลผลสูง ซึ่ง Tianhe-1A นี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการใช้งานสามารถติดต่อทางศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติจีนเพื่อขอเข้าใช้ได้

Share
Continue reading...
Page 3 of 3012345...Last »