<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง &#187; Internet</title>
	<atom:link href="http://www.phet.in.th/category/computer/internet-computer/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.phet.in.th</link>
	<description>เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Dec 2011 03:13:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=</generator>
		<item>
		<title>DDoS กับสถานะการที่ WikiLeaks ต้องเผชิญ</title>
		<link>http://www.phet.in.th/2010/12/ddos-wikileaks/</link>
		<comments>http://www.phet.in.th/2010/12/ddos-wikileaks/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 12:25:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Phet</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Genaral Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[Hosting & Domain]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[Software]]></category>
		<category><![CDATA[DDoS]]></category>
		<category><![CDATA[Distributed Denial of Service]]></category>
		<category><![CDATA[Julian Assange]]></category>
		<category><![CDATA[WikiLeaks]]></category>
		<category><![CDATA[จูเลียน อาสซานจ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิกิลีกส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.phet.in.th/?p=640</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ไม่เจอกันเกือบเดือน มีข่าวๆนึงที่เรามักจะได้ยินในช่วงที่ผ่านมา เราคงได้ยินเรื่องราวของ WikiLeaks เว็บไซด์ที่นำเสนอข้อมูลลับ จากรัฐบาลหลายๆรัฐบาลทั่วโลกรวมไปถึงบริษัทเอกชนที่มี นาย จูเลียน อาสซานจ์ เป็นผู้ก่อตั้งและกลายเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวไปแล้วเรียบร้อยในขณะนี้ เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่าหลังจาก WikiLeaks กลายเป็นกระแสข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ข้อมูลลับต่างๆจากรัฐบาลหลายๆประเทศทั้ง สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ก็โดนเผยแพร่ออกมาด้วย หลังจากนั้นไม่นาน WikiLeaks ก็โดนโจมตีอย่างหนักด้วย วิธีการ DDoS แล้ว DDoS คืออะไร ? DDoS ย่อมาจาก Distributed Denial of Service ก่อนอื่นเราต้องแยกมันเป็นสองส่วนก่อนนะครับ คือ DoS เป็นการโจมตีหรือจู่โจมก่อกวนระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือเครื่อง Server จนทำให้เครื่อง Server หรือเครือข่ายนั้นๆไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ เรียกกันภาษาบ้านๆเราเรียกกันว่าโดนยิงเครื่องนั้นเอง ส่วน DDoS นั้นเป็นการโจมตีแบบ DoS ที่อาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเน็ตเวิร์กหลายๆเครื่องทำการโจมตีแบบ DoS พร้อมๆกัน โดยการโจมตีประเภทนี้อาศัยหลักการของการส่ง packet ของข้อมูลไปยังเครื่อง Server เป้าหมายไปในบริมาณมากทำให้เครื่อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ไม่เจอกันเกือบเดือน มีข่าวๆนึงที่เรามักจะได้ยินในช่วงที่ผ่านมา</p>
<p>เราคงได้ยินเรื่องราวของ WikiLeaks เว็บไซด์ที่นำเสนอข้อมูลลับ จากรัฐบาลหลายๆรัฐบาลทั่วโลกรวมไปถึงบริษัทเอกชนที่มี นาย จูเลียน อาสซานจ์ เป็นผู้ก่อตั้งและกลายเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวไปแล้วเรียบร้อยในขณะนี้</p>
<p>เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่าหลังจาก WikiLeaks กลายเป็นกระแสข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ข้อมูลลับต่างๆจากรัฐบาลหลายๆประเทศทั้ง สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ก็โดนเผยแพร่ออกมาด้วย หลังจากนั้นไม่นาน WikiLeaks ก็โดนโจมตีอย่างหนักด้วย วิธีการ DDoS</p>
<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/wlogo.png" alt="http://img.spacethai.net/images/wlogo.png" width="168" height="387" /><strong>แล้ว DDoS คืออะไร ?</strong></p>
<p><strong>DDoS</strong> ย่อมาจาก <strong>Distributed Denial of Service</strong><strong> </strong>ก่อนอื่นเราต้องแยกมันเป็นสองส่วนก่อนนะครับ คือ</p>
<p><strong>DoS </strong>เป็นการโจมตีหรือจู่โจมก่อกวนระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือเครื่อง Server<br />
จนทำให้เครื่อง Server หรือเครือข่ายนั้นๆไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ เรียกกันภาษาบ้านๆเราเรียกกันว่าโดนยิงเครื่องนั้นเอง</p>
<p>ส่วน <strong>DDoS</strong> นั้นเป็นการโจมตีแบบ <strong>DoS</strong> ที่อาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเน็ตเวิร์กหลายๆเครื่องทำการโจมตีแบบ <strong>DoS</strong> พร้อมๆกัน</p>
<p>โดยการโจมตีประเภทนี้อาศัยหลักการของการส่ง packet ของข้อมูลไปยังเครื่อง Server เป้าหมายไปในบริมาณมากทำให้เครื่อง Server เป้าหมายไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่ง DDoS อาจจะอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ว่ากันหลักร้อย หรือ หลักพันเครื่องที่โจมตีเพื่อเป้าหมาย</p>
<p><strong>แล้วทำไมต้องโจมตี WikiLeaks ด้วยวิธี DDoS ?</strong></p>
<p>ว่ากันว่า WikiLeaks ใช้ CMS ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาต่อจาก  Media Wiki ว่ากันว่ามีความแข็งแกร่งที่ยากที่จะ Hack เข้าไปเพื่อทำลายข้อมูลได้ จึงมีเพียงหนทางเดียวที่จะทำการโจมตี WikiLeaks ได้ คือใช้วิธีการ DDoS</p>
<p>แต่การจะทำให้เว็บไซด์อย่าง WikiLeaks ล่มได้ด้วยวิธีการ DDoS ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อาจจะต้องใช้วิธีการ DDoS กันในระบบ Data Center กันเลยทีเดียวซึ่งแน่นอนมันต้องเป็นคำสั่งจากผู้เสียผลประโยชน์หรือรัฐบาลของประเทศนั้นๆเป็นแน่</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 541px"><img title="แผนภาพแสดงการจู่โจมแบบ DDoS" src="http://img.spacethai.net/images/dosfigure4.gif" alt="http://img.spacethai.net/images/dosfigure4.gif" width="531" height="401" /><p class="wp-caption-text">แผนภาพแสดงการจู่โจมแบบ DDoS</p></div>
<p>WikiLeaks หลังจากที่ถูกโจมตีด้วยวิธีการ DDoS อย่างหนักจนทำให้เว็บไซด์เข้าแทบไม่ได้ก็ได้มีความพยายามย้ายเว็บไซด์ไปใช้บริการของ Elastic Cloud Computing (EC2) ของ Amazon แต่ก็ไม่วายรัฐบาลสหรัฐก็กดดันให้ Amazon งดให้บริการแก่ WikiLeaks</p>
<p>ปัจจุบัน WikiLeaks มี Mirror Website มากกว่า 300 เว็บที่ยังสามารถเข้าไปใช้งานได้ตามปรกติจากความร่วมมือของผู้สนับสนุนจากทั่วโลก</p>
<p>หา Mirror Site ของ WikiLeaks ได้จาก http://wikileaks.ch/mirrors.html</p>
<p>ใน Wikipedia ได้นิยาม  WikiLeaks ไว้สั้นๆว่า</p>
<blockquote><p>วิกิลีกส์ (อังกฤษ: Wikileaks) เป็นเว็บไซต์ที่นำข้อมูลเอกสารของรัฐบาลและบริษัท  ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเผยแพร่ เพื่อการกล่าวหาได้ โดยไม่ถูกผลกระทบทางลบกลับจากองค์กรเหล่านั้น เว็บไซต์วิกิลีกส์อ้างว่าการส่งข้อความต่าง ๆ นั้นจะไม่สามารถถูกติดตามได้ ไม่ว่าจากใครก็ตาม</p></blockquote>
<p>สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของ WikiLeaks ดูได้จาก http://en.wikipedia.org/wiki/WikiLeaks</p>
<p>&copy;2012 <a href="http://www.phet.in.th" >Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง</a>. All Rights Reserved.</p>.<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.phet.in.th%2F2010%2F12%2Fddos-wikileaks%2F&amp;title=DDoS%20%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%20WikiLeaks%20%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%8D" class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save"  id="wpa2a_2"><img src="http://www.phet.in.th/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.phet.in.th/2010/12/ddos-wikileaks/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Social Network หนังใหม่น่าดูที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเข้าเมืองไทย</title>
		<link>http://www.phet.in.th/2010/10/the-social-network/</link>
		<comments>http://www.phet.in.th/2010/10/the-social-network/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Oct 2010 13:52:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Phet</dc:creator>
				<category><![CDATA[Genaral Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook movie]]></category>
		<category><![CDATA[Mark Zuckerberg]]></category>
		<category><![CDATA[The Social Network]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง facebook]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.phet.in.th/?p=618</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับผมคงต้องแก้ตัวอีกครั้งนึงว่าห่างหายไปนานจากการอัพเดทบล็อกเนื่องจากติดภารกิจการสอบและการย้ายกลับมาที่บ้านซึ่งระบบอินเตอร์เน็ตกว่าจะเข้ารูปเข้ารอยก็ใช้เวลาหลายวัน ห่างหายไปนานกลับมาอีกทีมีหนังใหม่มาแนะนำครับ หนังเรื่องนี้คือ The Social Network (เครือข่ายสังคม) สำหรับ ภาพยนตร์ เรื่อง The Social Network เป็นหนังที่สร้างจากชีวิตจริงของ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ผมเชื่อว่าผู้อ่านบล็อกผมกว่า 80% คงกำลังติดมันอย่างงอมแงม และ Facebook นี่แหละครับที่ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์และมีอัตราการเติบโตของรายได้ที่สูงที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดถ้าจำไม่ผิดจะเพิ่มขึ้นกว่า 200 % จากปีที่ผ่านมา โอ้วพระเจ้า !!! The Social Network เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาแล้ว เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยทำรายได้ดีเกินคาด มีผู้ซื้อตั๋วเข้าชมชีวิตจริงผ่านจอของมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟสบุ๊คเป็นจำนวนมาก และทำรายได้ไปแล้วกว่า 23 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แซงหน้าภาพยนตร์เรื่องอื่นขึ้นมาครองอันดับ 1 อยู่ในขณะนี้ ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาพยนตร์ The Social Network The Social [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับผมคงต้องแก้ตัวอีกครั้งนึงว่าห่างหายไปนานจากการอัพเดทบล็อกเนื่องจากติดภารกิจการสอบและการย้ายกลับมาที่บ้านซึ่งระบบอินเตอร์เน็ตกว่าจะเข้ารูปเข้ารอยก็ใช้เวลาหลายวัน<br />
<img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/socialnetw.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/socialnetw.jpg" width="286" height="424" />ห่างหายไปนานกลับมาอีกทีมีหนังใหม่มาแนะนำครับ หนังเรื่องนี้คือ <strong>The Social Network </strong>(เครือข่ายสังคม)<br />
สำหรับ ภาพยนตร์ เรื่อง The Social Network เป็นหนังที่สร้างจากชีวิตจริงของ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ผมเชื่อว่าผู้อ่านบล็อกผมกว่า 80% คงกำลังติดมันอย่างงอมแงม และ Facebook นี่แหละครับที่ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์และมีอัตราการเติบโตของรายได้ที่สูงที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดถ้าจำไม่ผิดจะเพิ่มขึ้นกว่า 200 % จากปีที่ผ่านมา โอ้วพระเจ้า !!!</p>
<p>The Social Network เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาแล้ว เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยทำรายได้ดีเกินคาด มีผู้ซื้อตั๋วเข้าชมชีวิตจริงผ่านจอของมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟสบุ๊คเป็นจำนวนมาก และทำรายได้ไปแล้วกว่า 23 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แซงหน้าภาพยนตร์เรื่องอื่นขึ้นมาครองอันดับ 1 อยู่ในขณะนี้</p>
<p><strong>ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาพยนตร์ The Social Network</strong></p>
<blockquote><p>The Social Network เป็นภาพยนตร์แนวดรามาที่กำกับโดย เดวิด ฟินเชอร์ และมี เควิน สเปซีย์ นักแสดงรางวัลออสการ์ เป็นผู้อำนวยการสร้างร่วม เนื้อหาเกี่ยวข้องกับประวัติการก่อตั้งเฟซบุ๊ก บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ชั้น นำของโลก ดัดแปลงจากหนังสือ The Accidental Billionaires: The Founding Of Facebook, A Tale of Sex, Money, Genius, and Betrayal ของเบ็น เมซริช นำแสดงโดย เจสซี ไอเซนเบิร์ก แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ และจัสติน ทิมเบอร์เลค ประพันธ์ดนตรีประกอบโดย เทรนต์ เรซเนอร์ นักร้องนำวงไนน์อินช์เนลส์ และแอตติคัส รอสส์ กำหนดออกฉายในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 โดย โคลัมเบียพิกเจอส์ เป็นผู้จัดจำหน่าย</p></blockquote>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/i8LwN-_W9QI?fs=1&amp;hl=en_US" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="385" src="http://www.youtube.com/v/i8LwN-_W9QI?fs=1&amp;hl=en_US" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>สำหรับกำหนดการเข้ามาฉายในประเทศไทยนั้น ไม่มีกำหนดแน่นอน ไม่รู้ว่าใครจะซื้อลิขสิทธิมาฉาย เพราะฉะนั้นเราคงต้องรอกันต่อไป<br />
และสำหรับผม Facebook ทำให้ผมซึ่งชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นคนติด Social Network ก็ดันมาติดจนได้ ปัจจุบันนี้นอกจาก Google ที่ผมต้องเปิดเป็นประจำ Facebook ก็คงเป็นสิ่งที่ผมเปิดรองลงมา</p>
<p>&copy;2012 <a href="http://www.phet.in.th" >Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง</a>. All Rights Reserved.</p>.<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.phet.in.th%2F2010%2F10%2Fthe-social-network%2F&amp;title=The%20Social%20Network%20%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save"  id="wpa2a_4"><img src="http://www.phet.in.th/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.phet.in.th/2010/10/the-social-network/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่าด้วยเรื่อง 3.9 G มันคืออะไร ทำไมต้อง 3.9 G</title>
		<link>http://www.phet.in.th/2010/09/3-9-g-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.phet.in.th/2010/09/3-9-g-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Sep 2010 13:03:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Phet</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Genaral Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.phet.in.th/?p=611</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงที่บ้านเมืองเรา กำลังจะมีการประมูลใบอนุญาติ 3 G ก็มีกระแสข่าวที่ดังไม่แพ้กันคือ กทช.เตรียมการออกใบอนุญาติ 3.9 G ก่ะว่าออกทีให้ล้ำหน้ากว่าใครเลย โดยคาดว่า ปลายปีนี้คงมีข้อสรุป ว่าแต่บ้านเมืองเรา 3 G ยังไม่ได้ใช้ริอาจจะกระโดดไป 3.9 G แล้ว 3.9 G มันคืออะไร มันคือการให้ใบอนุญาติให้ผู้ให้บริการสามารถอัพเกรดเครือข่าย 3 G ซึ่งเร็วๆนี้กำลังจะได้ ให้สามารถพัฒนามาตรฐานการส่งข้อมูลได้ถึงระดับ มาตรฐาน 3.9 G ซึ่ง 3 G ธรรมดานั้นเค้าก็กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำไว้ 3 Mbps เท่านั้นตาม แผนผังประมาณนี้ ว่าแต่ทำไมต้อง 3.9 G ทำไมไม่เอา 4 G ไปให้รู้แล้วรู้รอดเลย ?? มันมีหลายเหตุผลครับ 1.3.9G นั้นอัพเกรดจากระบบที่เป็น มาตรฐาน 3 G เดิมนั้นง่ายกว่าซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการอัพเกรดด้านซอฟแวร์ 2. 4G นั้นยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานที่แน่นอนคาดว่าปีหน้ากว่าจะกำหนดมาตรฐานเสร็จ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วงที่บ้านเมืองเรา กำลังจะมีการประมูลใบอนุญาติ 3 G ก็มีกระแสข่าวที่ดังไม่แพ้กันคือ กทช.เตรียมการออกใบอนุญาติ 3.9 G ก่ะว่าออกทีให้ล้ำหน้ากว่าใครเลย โดยคาดว่า ปลายปีนี้คงมีข้อสรุป ว่าแต่บ้านเมืองเรา 3 G ยังไม่ได้ใช้ริอาจจะกระโดดไป 3.9 G</p>
<p><strong>แล้ว 3.9 G มันคืออะไร</strong></p>
<p>มันคือการให้ใบอนุญาติให้ผู้ให้บริการสามารถอัพเกรดเครือข่าย 3 G ซึ่งเร็วๆนี้กำลังจะได้ ให้สามารถพัฒนามาตรฐานการส่งข้อมูลได้ถึงระดับ มาตรฐาน 3.9 G</p>
<p>ซึ่ง 3 G ธรรมดานั้นเค้าก็กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำไว้ 3 Mbps เท่านั้นตาม แผนผังประมาณนี้</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/image0021.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/image0021.jpg" /></p>
<p><strong>ว่าแต่ทำไมต้อง 3.9 G ทำไมไม่เอา 4 G ไปให้รู้แล้วรู้รอดเลย ??</strong></p>
<p>มันมีหลายเหตุผลครับ</p>
<p>1.3.9G นั้นอัพเกรดจากระบบที่เป็น มาตรฐาน 3 G เดิมนั้นง่ายกว่าซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการอัพเกรดด้านซอฟแวร์</p>
<p>2. 4G นั้นยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานที่แน่นอนคาดว่าปีหน้ากว่าจะกำหนดมาตรฐานเสร็จ</p>
<p>3. 4G นั้นถ้ากำหนดมาจริงก็ยากต่อการอัพเกรดเนื่องจากว่าอุปกรณ์ต่างๆคงต้องเปลี่ยนใหม่หมด</p>
<p>4.อุปกรณ์ทั้งแม่ข่าย ลูกข่ายของ ของ 4G ยังสูงอยู่มาก ไม่เหมาะกับเมืองไทย</p>
<p>สรุปคือ 3.9 G มีความคุ้มค่ากว่าทางเศรษฐกิจ และความพร้อมในปัจจัยพื้นฐานหลายๆด้าน อย่างน้อยก็รองรับอนาคตได้ไม่ต่ำกว่า 12 ปี แล้วเมื่อถึงวันนั้น 4G ก็จะมีต้นทุนที่ถูกลง หรือไม่ก็อาจจะมีเทคโนโลยีที่ดีและคุ้มค่ากว่า 4G ก็เป็นได้</p>
<p>ก่อนจบมีคลิปวีดีโอที่เป็นหนังสั้นแสดงให้เราได้เห็นถึงประโยชน์ของ 3.9G<br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/EcwGqVZojQU?fs=1&amp;hl=en_US" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/EcwGqVZojQU?fs=1&amp;hl=en_US" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>&copy;2012 <a href="http://www.phet.in.th" >Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง</a>. All Rights Reserved.</p>.<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.phet.in.th%2F2010%2F09%2F3-9-g-%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%2F&amp;title=%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%203.9%20G%20%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%20%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%203.9%20G" class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save"  id="wpa2a_6"><img src="http://www.phet.in.th/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.phet.in.th/2010/09/3-9-g-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พาไปดู Office ของ บริษัท Twitter</title>
		<link>http://www.phet.in.th/2010/08/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9-office-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-twitter/</link>
		<comments>http://www.phet.in.th/2010/08/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9-office-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-twitter/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Aug 2010 10:18:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Phet</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[Software]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[Twitter]]></category>
		<category><![CDATA[Twitter office]]></category>
		<category><![CDATA[งาน twitter]]></category>
		<category><![CDATA[ทวิตเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท Twitter]]></category>
		<category><![CDATA[ออฟฟิศทวิตเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.phet.in.th/?p=604</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับไม่เจอกันซะนาน เพราะช่วงนี้ผมแทบจะหายตัวได้อยู่แล้ว วันนี้มีเรื่องของ Office บริษัทดังๆ ระดับโลกอย่าง Twitter ถึงแม้จะไม่ใช้บริษัทที่ใหญ่โตอย่าง Google แต่ดูจาก Office ก็ให้ความสำคัญกับพนักงานไม่ใช่น้อยเลยนะครับ สำหรับ ทวิตเตอร์ (Twitter) เป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์จำพวกไมโครบล็อก โดยผู้ใช้สามารถส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ หรือ ทวีต (tweet &#8211; เสียงนกร้อง) ทวิตเตอร์ก่อตั้งโดยบริษัท Obvious Corp เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2006 สถานที่ตั้งอยู่ที่ Twitter, Inc. 795 Folsom St., Suite 600 San Francisco, CA 94107 มาเริ่มกันเลยครับ ส่วน หน้าออกแบบโดยใช้สีที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย พื้นที่พักผ่อนที่เห็นวิวสวยๆ ผมว่าช่วยให้มีกำลังใจทำงานขึ้นเยอะ ห้องทำงานดูคล้ายๆ บ้านซะมากกว่า และมีเรื่องราวๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Office ของ twitter 1. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับไม่เจอกันซะนาน เพราะช่วงนี้ผมแทบจะหายตัวได้อยู่แล้ว วันนี้มีเรื่องของ Office บริษัทดังๆ ระดับโลกอย่าง Twitter ถึงแม้จะไม่ใช้บริษัทที่ใหญ่โตอย่าง Google แต่ดูจาก Office ก็ให้ความสำคัญกับพนักงานไม่ใช่น้อยเลยนะครับ</p>
<blockquote><p>
สำหรับ ทวิตเตอร์ (Twitter) เป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์จำพวกไมโครบล็อก โดยผู้ใช้สามารถส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ หรือ ทวีต (tweet &#8211; เสียงนกร้อง) ทวิตเตอร์ก่อตั้งโดยบริษัท Obvious Corp เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2006 สถานที่ตั้งอยู่ที่</p>
<p>Twitter, Inc.<br />
795 Folsom St., Suite 600<br />
San Francisco, CA 94107</p></blockquote>
<p>มาเริ่มกันเลยครับ</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/twitteroff.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/twitteroff.jpg" width="459" height="306" /></p>
<p>ส่วน หน้าออกแบบโดยใช้สีที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/twitternew.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/twitternew.jpg" /></p>
<p>พื้นที่พักผ่อนที่เห็นวิวสวยๆ ผมว่าช่วยให้มีกำลังใจทำงานขึ้นเยอะ</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/twittedkd.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/twittedkd.jpg" /></p>
<p>ห้องทำงานดูคล้ายๆ บ้านซะมากกว่า</p>
<p>และมีเรื่องราวๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Office ของ twitter</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/twittenkn.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/twittenkn.jpg" width="496" height="330" /></p>
<p>1. ทวิตเตอร์มีบูธดีเจเป็นของตัวเอง  โดยบูธนี้ตั้งอยู่ใจกลางของออฟฟิศเลยล่ะ จัดขึ้นเพื่อให้พนักงานได้ผ่อนคลายไปกับเสียงเพลง และเอาไปรองรับคนดังที่มาเยี่ยมเยียนบริษัทอีกด้วย</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/twitteqnq.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/twitteqnq.jpg" /></p>
<p>2. เวลาน้ำชาของออฟฟิศทวิตเตอร์ บริษัทจะมีเวลาน้ำชาประจำสัปดาห์ นั่น คือช่วงบ่ายของวันศุกร์ ที่จะมีเหล่าดีเจจากที่ต่าง ๆ เข้ามาจัดรายการในบริษัท และพนักงานก็จะมาใช้เวลาพักผ่อนร่วมกัน มีการจิบเบียร์ และฟังเพลงกันอย่างสบายอารมณ์<br />
3. ออฟฟิศทวิตเตอร์เคยเป็นที่ทำงานของ ไมเคิล เบิร์ช เจ้าของเว็บไซต์สังคมออนไลน์ Bebo มาก่อน และส่วนของบูธดีเจที่นี่ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เขาสร้างไว้เช่นกัน</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/twittezuz.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/twittezuz.jpg" /><br />
4. ในออฟฟิศทวิตเตอร์มีโซฟาและหมอนอิงนุ่มอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะหมอนอิงที่สกรีนด้วยคำว่า &#8220;Home Tweet Home&#8221; ทำให้บรรยากาศภายในออฟฟิศดูสบายและน่านอนอย่าบอกใคร และเปลี่ยนออฟฟิศที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่นี่ให้ผู้มาเยือนรู้สึกถึงความอ่อนโยนนุ่มนวลได้มากเลยทีเดียว<br />
<img src="http://img.spacethai.net/images/4114739768.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/4114739768.jpg" /><br />
5. ในออฟฟิศทวิตเตอร์มีโมเดลกวางที่พ่นด้วยสีสเปรย์ 2 ตัวยืนคู่กันอยู่ในห้องรับแขก ซึ่งถูกดีไซน์มาอย่างเก๋ไก๋ เรียกว่าใครได้มาเยือนที่นี่แล้วต้องเห็นและยืนชื่นชมกับเจ้ากวางสองตัวนี้ ก่อนทุกครั้งไป และที่สำคัญ บริเวณนี่ยังมีรูปของ อีวาน วิลเลี่ยมส์ (@ev) และ บิซ สโตน (@biz) ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ทวิตเตอร์อีกด้วย</p>
<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/4114739208.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/4114739208.jpg" width="375" height="500" />6. ดิ๊ค คอสโตโล (@dickc) ผู้บริหารร่วมของบริษัททวิตเตอร์ที่เคยเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์กูเกิลนั้น เป็นตลกมืออาชีพมาก่อน ซึ่งเขาเคยแสดงโชว์ในงาน Edinburgh Fringe Festival และมีผลงานตลกอีกมากมาย</p>
<p>7. ห้องทุกห้องในออฟฟิศทวิตเตอร์ ใช้ชื่อนกเป็นชื่อห้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Plover หรือ Starling เนื่องจากคอนเซ็ปท์ของ tweeter นั่นหมายถึงเสียงนกร้องนั่นเอง และนอกจากห้องทุกห้องจะมีชื่อเป็นนกแล้ว ห้องหลาย ๆ ห้องยังมีการตกแต่งด้วยนกตามผนังห้อง ประตู และเพดานอีกด้วย<br />
8. พนักงานคนที่ 140 ของที่นี่ได้รับการปรนนิบัติอย่างดีมาก ๆ แม้ว่าที่นี่จะมีพนักงานกว่า 175 คน แต่พนักงานที่เข้ามาทำงานคนที่ 140 หรือพนักงานหมายเลข 140 กลับถูกได้รับการต้อนรับและปรนนิบัติอย่างดี โดย เฉพาะตอนที่พนักงานคนนี้เข้ามาใหม่ ถึงกับจัดปาร์ตี้กันเลยทีเดียว ส่วนเหตุผลที่เป็นอย่างนั้น ก็คงเดาไม่ยากค่ะ เพราะ 140 เป็นเลขของจำนวนตัวอักษรที่ทวิตเตอร์จำกัดไว้ในการพิมพ์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์แต่ละครั้งนั่นเอง</p>
<p>9.  Evan: Tweet more interesting stuff, Biz เป็นข้อความที่สโตนส่งถึงบิซในทวิตเตอร์ เพื่อสื่อว่าแม้จะเป็นข้อความภายใน 140 ตัวอักษร แต่มันก็มีความหมายมากกว่านั้น</p>
<p>10. ออฟฟิศทวิตเตอร์ ใช้ตึกร่วมกันกับ AT&amp;T บริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมของสหรัฐฯ</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/twittebnb.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/twittebnb.jpg" width="487" height="324" /></p>
<p>&copy;2012 <a href="http://www.phet.in.th" >Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง</a>. All Rights Reserved.</p>.<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.phet.in.th%2F2010%2F08%2F%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b9-office-%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587-%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2597-twitter%2F&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B8%B9%20Office%20%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%20%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%20Twitter" class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save"  id="wpa2a_8"><img src="http://www.phet.in.th/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.phet.in.th/2010/08/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9-office-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-twitter/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>THNG 1st Camp:ค่ายดีๆสำหรับคน IT เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ</title>
		<link>http://www.phet.in.th/2010/01/thng-1st-camp/</link>
		<comments>http://www.phet.in.th/2010/01/thng-1st-camp/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Jan 2010 15:08:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Phet</dc:creator>
				<category><![CDATA[Genaral Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[DUMBO]]></category>
		<category><![CDATA[FIBO]]></category>
		<category><![CDATA[IT Networking for Disaster Response]]></category>
		<category><![CDATA[ntERLab-AIT]]></category>
		<category><![CDATA[THNG]]></category>
		<category><![CDATA[THNG 1st Camp]]></category>
		<category><![CDATA[THNG Camp]]></category>
		<category><![CDATA[THNIC]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.phet.in.th/?p=548</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ วันนี้มีเรื่องราวดีๆมาเล่าสู่กันฟังอีกแล้วหลังจากห่างหายไปหลายวันครับเพราะกิจกรรมภารกิจการงานยุ่งจริงๆ จนบางครั้งนึกอยู่เลยว่าเมื่อไหร่จะได้อัพเดทบล็อกซักที เรื่องก็มีแล้วแต่ขาดที่เวลา สำหรับค่าย THNG 1st Camp นี้ที่แน่ๆคือจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย และครั้งแรกในโลกเพราะไม่เคยมีประเทศไหนเคยจัดนอกจากประเทศไทยซึ่งค่ายดีๆนี้จัดโดยมูลนิธิ THNIC ผู้ให้ริการจดโดเมนภายใต้ .th ซึ่ง Phet.in.th นี่ก็เป็นลูกค่าอยู่ครับ ซึ่งปีที่ผ่านมา THNIC ก่อตั้งมาอายุครบ 10 ปี ปีนี้ก็เป็นปีที่ 11 แล้วยังไงก็ขอให้เจริญรุ่งเรืองแล้วก็ลดค่าต่ออายุโดเมนลงหน่อยก็ดีนะครับ &#8230; ค่าย THNG 1st Camp เป็นโครงการที่ต่อยอดความคิดมาจากThailand Networking Group ซึ่งเป็นเครือข่ายทางความคิดที่สนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใน แง่มุมต่างๆ อาทิ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสังคมศาสตร์ ด้านมนุษย์ศาสตร์  เพื่อนำไปสู่การบูรณาการในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมไปพร้อมกับการเจริญ เติบโตของเทคโนโลยี สำหรับการจัดโครงการ “THNG 1st Camp : IT Networking for Disaster Response” ในปีแรกนี้ จะเริ่มด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมค่านิยมและความสามารถในการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.phet.in.th/wp-content/uploads/2010/01/thngcamp.jpg" ><img class="size-full wp-image-547 alignleft" title="thngcamp" src="http://www.phet.in.th/wp-content/uploads/2010/01/thngcamp.jpg" alt="thngcamp" width="297" height="137" /></a>สวัสดีครับ วันนี้มีเรื่องราวดีๆมาเล่าสู่กันฟังอีกแล้วหลังจากห่างหายไปหลายวันครับเพราะกิจกรรมภารกิจการงานยุ่งจริงๆ จนบางครั้งนึกอยู่เลยว่าเมื่อไหร่จะได้อัพเดทบล็อกซักที เรื่องก็มีแล้วแต่ขาดที่เวลา</p>
<p>สำหรับค่าย THNG 1st Camp นี้ที่แน่ๆคือจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย และครั้งแรกในโลกเพราะไม่เคยมีประเทศไหนเคยจัดนอกจากประเทศไทยซึ่งค่ายดีๆนี้จัดโดยมูลนิธิ THNIC ผู้ให้ริการจดโดเมนภายใต้ .th ซึ่ง Phet.in.th นี่ก็เป็นลูกค่าอยู่ครับ ซึ่งปีที่ผ่านมา THNIC ก่อตั้งมาอายุครบ 10 ปี ปีนี้ก็เป็นปีที่ 11 แล้วยังไงก็ขอให้เจริญรุ่งเรืองแล้วก็ลดค่าต่ออายุโดเมนลงหน่อยก็ดีนะครับ &#8230;</p>
<blockquote><p>ค่าย THNG 1st Camp เป็นโครงการที่ต่อยอดความคิดมาจากThailand Networking Group  ซึ่งเป็นเครือข่ายทางความคิดที่สนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใน แง่มุมต่างๆ อาทิ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสังคมศาสตร์ ด้านมนุษย์ศาสตร์    เพื่อนำไปสู่การบูรณาการในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมไปพร้อมกับการเจริญ เติบโตของเทคโนโลยี</p>
<p>สำหรับการจัดโครงการ <strong>“THNG 1st Camp : IT Networking for  Disaster Response”</strong> ในปีแรกนี้  จะเริ่มด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมค่านิยมและความสามารถในการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคม  โดยคัดเลือกจากผู้สมัครทั้งนิสิตนักศึกษา นักกิจกรรมสังคม คนภาคไอที  และประชาชนทั่วไปที่สนใจ จำนวน 50 คนเข้าร่วมกิจกรรม  ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติโดยการลงพื้นที่ จริงจำลองสถานการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ  มีทีมงานจากหน่วยงานที่เข้าร่วมเครือข่ายได้แก่ intERLab-AIT,  มูลนิธิกระจกเงา, สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พร้อมให้ความรู้ตลอดกิจกรรม (ขออนุญาติก็อบมาครับทั้งดุ้นเลย)</p></blockquote>
<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.thngcamp.in.th/" ><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/thngcamp.gif" alt="http://img.spacethai.net/images/thngcamp.gif" width="158" height="160" /></a>ซึ่ง THNG 1st Camp: IT Networking for Emergency Response  เป็นค่ายที่ต้องการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ  เข้ามาช่วยเหลือและพัฒนาสังคม  โดยในค่ายนี้จะมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีอย่างเช่น DUMBO จาก AIT,  หุ่นยนต์กู้ภัยจาก FIBO และอื่นๆ  เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติ  นอกจากจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์  จากผู้ที่เคยเผชิญหน้ากับภัยพิบัติต่างๆ มาแล้ว ยังได้รับความตื่นเต้นจาก  ภารกิจเสมือนจริงที่จะได้รับในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อีกด้ว</p>
<p>เป็นไงครับเจ๋งมากเลยใช่ไหมครับ ถึงเวลาแล้วที่คน IT อย่างเราๆต้องเตรียมพร้อมออกมารับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น</p>
<p><strong>จะสมัครยังไง ???</strong></p>
<blockquote><p><strong><span style="text-decoration: underline;">ขั้นตอนการสมัคร</span></strong></p>
<p>1.	ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์  www.thngcamp.in.th (<a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.thngcamp.in.th/RegisterTHNG1stCamp.doc" >คลิกดาวน์โหลด ได้ที่นี่</a>) พร้อมกรอกรายละเอียด</p>
<p>2.	เขียนบทความเชิงทัศนคติสั้นๆ ความยาวไม่เกิน  1 หน้ากระดาษ A4 เพื่อเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของตนเองพอสังเขป  และวิสัยทัศน์ส่วนตัวในประเด็น “IT  จะมีบทบาทต่อการพัฒนาสังคมอย่างเป็นวงกว้างได้อย่างไร”</p>
<p>3.	 เสนอความคิดสร้างสรรค์การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตเทคโนโลยีในหัวข้อ  “หากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติเช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว คลื่นซึนามิ ฯลฯ  คุณจะใช้อินเทอร์เน็ต, แอพพลิเคชั่นบนอินเทอร์เน็ต หรือ  เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องที่คุณรู้จักเพื่อให้คุณเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนช่วยใน การสถานการณ์นี้ได้อย่างไร” ความยาว ไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 ระบุหัวข้อ IT  for Disaster Response</p>
<p>4.	ส่งใบสมัคร (ไฟล์.doc),  รูปถ่ายปัจจุบันไม่จำกัดรูปแบบ (ไฟล์.jpg), บทความเชิงทัศนคติ (ตามข้อ2)  (ไฟล์.doc) และข้อเขียนเชิงความคิดสร้างสรรค์ระบุหัวข้อ IT for Disaster  Response (ตามข้อ3)  (ไฟล์.doc) มาที่<strong>อีเมล์ info(@)thngcamp.in.th</strong> หรือทางไปรษณีย์ จ่าหน้า <strong>THNG Camp 159 ถ. พิชัย แขวงถนนนครไชยศรี  เขตดุสิต กรุงเทพ 10300 </strong></p>
<p>5.	 ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกบทความของท่านจะได้รับสิทธิพิเศษในการเผยแพร่นำ ลงในเว็บไซต์ <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.thng.in.th/"  target="_blank">www.thngcamp.in.th</a> และหรือวารสาร หรือสื่ออื่นๆ ตามความเหมาะสม</p></blockquote>
<p>ขยายเวลาการรัยสมัครไปถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 และ ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมค่าย วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553</p>
<p>สุดท้ายนี้ขอนำ VDO แนะนำค่าย <strong>THNG 1st Camp : IT Networking for  Disaster Response</strong><br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/rgC6E7EVVyQ&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/rgC6E7EVVyQ&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>ส่วนรายละเอียดต่างๆดูได้ที่ http://www.thngcamp.in.th/</p>
<p>&copy;2012 <a href="http://www.phet.in.th" >Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง</a>. All Rights Reserved.</p>.<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.phet.in.th%2F2010%2F01%2Fthng-1st-camp%2F&amp;title=THNG%201st%20Camp%3A%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%86%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%99%20IT%20%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4" class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save"  id="wpa2a_10"><img src="http://www.phet.in.th/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.phet.in.th/2010/01/thng-1st-camp/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>aMSN Messenger โปรแกรมทดแทน MSN เล็กๆพริกขี้หนู</title>
		<link>http://www.phet.in.th/2009/11/amsn-messenger/</link>
		<comments>http://www.phet.in.th/2009/11/amsn-messenger/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2009 14:52:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Phet</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[Software]]></category>
		<category><![CDATA[aMSN]]></category>
		<category><![CDATA[aMSN Messenger]]></category>
		<category><![CDATA[FreeBSD MSN]]></category>
		<category><![CDATA[Linux MSN]]></category>
		<category><![CDATA[MAC MSN]]></category>
		<category><![CDATA[Mac OS X MSN]]></category>
		<category><![CDATA[Maemo 5 MSN]]></category>
		<category><![CDATA[MSN Messenger]]></category>
		<category><![CDATA[Nokia N900 MSN]]></category>
		<category><![CDATA[open source project]]></category>
		<category><![CDATA[ubuntu MSN]]></category>
		<category><![CDATA[Windows Live Messenger]]></category>
		<category><![CDATA[เอ เอ็มเอสเอ็น]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมทดแทน MSN]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.phet.in.th/?p=518</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ช่วงนี้ผมมีงานเยอะมากเลยครับแถมยังเจอปัญหากับโชคชะตามากมายไม่รู้จบ สงสัยปีนี้ดวงไม่ค่อยดีครับ ปีหน้าก็ดูกันต่อไปและต้องสู้กันต่อไป aMSN Messenger นั้นเป็นโปรแกรมที่สามารถทำหน้าที่แทน MSN Messenger ได้เกือบจะ 100 % ซึ่งเป็นโปรแกรมสนทนาผ่านข้อความสั้น หรือข้อความทั้งภาพและเสียงผ่านอิเทอร์เน็ต aMSN เป็น open source project หรือซอร์ฟแวร์แบบแจกฟรีและเปิดเผยซอร์สโค๊ต aMSN Messenger มีขนาดเล็กว่า MSN Messenger หรือ Windows Live Messenger มากสามารถติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็วกว่า จากการทดสอบการใช้งานพบว่ามีความเสถียรมากกว่า MSN Messenger และการใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยกว่า MSN Messenger มากครับ aMSN มี features ต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น Offline Messaging ฝากข้อความเมื่อเราไม่ออน Voice Clips ส่งเสียงสั้นๆ ผ่านหน้าต่างสนทนา Display pictures แสดงรูปส่วนตัว Custom emoticons อีโมติคอนที่เลือกได้ Multi-language [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ช่วงนี้ผมมีงานเยอะมากเลยครับแถมยังเจอปัญหากับโชคชะตามากมายไม่รู้จบ สงสัยปีนี้ดวงไม่ค่อยดีครับ ปีหน้าก็ดูกันต่อไปและต้องสู้กันต่อไป</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/amsn6.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/amsn6.jpg" width="551" height="90" /></p>
<p>aMSN Messenger นั้นเป็นโปรแกรมที่สามารถทำหน้าที่แทน MSN Messenger ได้เกือบจะ 100 % ซึ่งเป็นโปรแกรมสนทนาผ่านข้อความสั้น หรือข้อความทั้งภาพและเสียงผ่านอิเทอร์เน็ต aMSN เป็น open source project หรือซอร์ฟแวร์แบบแจกฟรีและเปิดเผยซอร์สโค๊ต</p>
<p>aMSN Messenger มีขนาดเล็กว่า MSN Messenger หรือ Windows Live Messenger มากสามารถติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็วกว่า</p>
<p>จากการทดสอบการใช้งานพบว่ามีความเสถียรมากกว่า MSN Messenger และการใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยกว่า MSN Messenger มากครับ</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 578px"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://img.spacethai.net/images/screen.jpg" ><img style="cursor: -moz-zoom-in;" title="aMSN" src="http://img.spacethai.net/images/screen.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/screen.jpg" width="568" height="354" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพหน้าจอของโปรแกรม aMSN</p></div>
<p>aMSN มี features ต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น</p>
<div class="wp-caption alignleft" style="width: 302px"><img style="cursor: -moz-zoom-in;" title="aMSN" src="http://img.spacethai.net/images/002.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/002.jpg" width="292" height="528" /><p class="wp-caption-text">ภาพด้านบนคือภาพของโปรแกรม aMSN</p></div>
<ul>
<li>Offline Messaging ฝากข้อความเมื่อเราไม่ออน</li>
<li>Voice Clips ส่งเสียงสั้นๆ ผ่านหน้าต่างสนทนา</li>
<li>Display pictures แสดงรูปส่วนตัว</li>
<li>Custom emoticons อีโมติคอนที่เลือกได้</li>
<li>Multi-language support (around 40 languages currently supported) ใช้ได้กว่า 40 ภาษา คิดว่าจาก open source project</li>
<li>Webcam support ใช้ Webcam ได้ด้วย</li>
<li>Sign in to more than one account at once   สามาถ Login ได้หลายๆอีเมล โอ้ว สุดยอด</li>
<li>Full-speed File transfers  รับส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว</li>
<li>Group support  มีหน้า Support ของผู้พัฒนา</li>
<li>Normal, and animated emoticons with sounds อีโมติคอนแบบมาตรฐานและรูปน่าๆมากมาย</li>
<li>Chat logs  บันทึกการสนทนาได้ด้วย</li>
<li>Timestamping</li>
<li>Event alarms นาฬิกาแจ้งเตือน</li>
<li>Conferencing support รองรับการสนทนาหลายๆคน</li>
<li>Tabbed chat windows ใช้แท็บแช็ตได้</li>
</ul>
<p>ลูกเล่นทั้งหมดนี้ผมว่ามีเยอะกว่า MSN Messenger หรือ Windows Live Messenger แบบธรรมดาซะอีก</p>
<p>แต่แค่นี้ยังไม่พอครับสำหรับคนที่ใช้ MSN Plus! อยู่นั้นอนากได้ฟีเจอร์ที่มากกว่านี้ ผมขอแนะนำเลย เจ้า aMSN Messenger ก็มี aMSN Plus! ซึงรายละเอียดต่างนั้นมีเยอะมากครับ ลองดูที่ http://www.amsn-project.net/plugins.php</p>
<p>แล้วสำหรับใครที่ชอบสกินสวยๆ aMSN Messenger ก็มีสกินแจกเหมือนกันครับ มีเยอะด้วยที่ http://www.amsn-project.net/skins.php</p>
<p>เรื่องของหน้าตาเจ้าโปรแกรม aMSN Messenger บอกได้อย่างเดียวเลยว่าแทบไม่ต่างจาก MSN Messenger หรือ Windows Live Messenger เลยครับเหมือนกันเลย</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 552px"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://img.spacethai.net/images/webcam.jpg" ><img style="cursor: -moz-zoom-in;" title="aMSN" src="http://img.spacethai.net/images/webcam.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/webcam.jpg" width="542" height="485" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพด้านบนคือภาพของโปรแกรม aMSN ขณะใช้ Webcam Chat</p></div>
<p>เนื่องจากว่า aMSN เป็นโปรแกรมแบบ open source จึงมีการพัฒนาให้รองกับหลายๆระบบปฏิบัติการไม่ว่าจะเป็น Linux, Windows ,Windows 95, Mac OS X(Universal)  ,FreeBSD ,Nokia N900 (Maemo 5) เรียกได้ว่าทุกระบบปฏิบัติการเลยทีเดียว</p>
<p>สำหรับท่านที่สนใจ <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.amsn-project.net/download.php"  target="_blank"><strong>Download aMSN Messenger</strong></a> สามารถเข้าไปโหลดกันฟรีได้ที่  http://www.amsn-project.net/download.php</p>
<p>อย่าลืมกดเลือก ระบบปฏิบัติการด้วยนะครับ เพราะมีหลายแพลตฟอร์ม</p>
<p>Note : สำหรับคนที่ใช้ Ubuntu แล้วมีปัญหาเกี่ยวกับภาษาของโปรแกรมนี้มีวิธีแก้อยุ่ที่ http://www.ubuntuclub.com/node/335 นะครับ</p>
<div id="_mcePaste" style="overflow: hidden; position: absolute; left: -10000px; top: 237px; width: 1px; height: 1px;">open source</div>
<p>&copy;2012 <a href="http://www.phet.in.th" >Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง</a>. All Rights Reserved.</p>.<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.phet.in.th%2F2009%2F11%2Famsn-messenger%2F&amp;title=aMSN%20Messenger%20%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%20MSN%20%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%86%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9" class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save"  id="wpa2a_12"><img src="http://www.phet.in.th/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.phet.in.th/2009/11/amsn-messenger/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>AdYim.com ปฏิวัติวงการโฆษณาออนไลน์ไทย ภายใต้คอนเซ็ป &#8220;เมื่อแอดออนไลน์ กลายเป็นเรื่องยิ้มๆ&#8221;</title>
		<link>http://www.phet.in.th/2009/11/adyim-com-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://www.phet.in.th/2009/11/adyim-com-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Nov 2009 13:44:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Phet</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[SEO Talk]]></category>
		<category><![CDATA[AdYim]]></category>
		<category><![CDATA[AdYim Network]]></category>
		<category><![CDATA[Flash Ad]]></category>
		<category><![CDATA[Image Ad]]></category>
		<category><![CDATA[Online Advertising Marketplace]]></category>
		<category><![CDATA[Peel Ads]]></category>
		<category><![CDATA[Pop Ad]]></category>
		<category><![CDATA[Pop Under Ad]]></category>
		<category><![CDATA[Pop Up Ad]]></category>
		<category><![CDATA[Text Ad]]></category>
		<category><![CDATA[Thaiseoboard]]></category>
		<category><![CDATA[VDO Ad]]></category>
		<category><![CDATA[WordCamp 2009]]></category>
		<category><![CDATA[คลิกทูบิซ]]></category>
		<category><![CDATA[แอ็ด ยิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณาออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[โซวบักทั่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.phet.in.th/?p=509</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอโทษด้วยนะครับที่ผมไม่สามารถไปร่วมงาน WordCamp 2009 ทั้งๆทีลงทะเบียนเข้ารวมงานไว้แล้วเนื่องจากติดภารกิจจริงๆครับ เข้าเรื่องกันเลยครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวใหญ่ในวงการวงการโฆษณาออนไลน์ เมื่อผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการโฆษณาออนไลน์คุณโซวบักทั่ง แห่ง Thaiseoboard ชื่อนี้ถ้าคนในวงการได้ยินก็คงต้องรอ &#8220;อ๋อ&#8221; เพราะเป็นกูรูแห่งวงการ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาหลายๆมีการเกริ่อนๆออกมาถึงโปรเจคลับของ คุณ โซวบักทั่ง ซึ่งภายหลังความลับก็เริ่มคลี่คลายเมื่อ บริษัท คลิกทูบิซ จำกัด ในเครือคุณโซวออกโปรเจค AdYim AdYim ให้บริการเกี่ยวกับอะไร AdYim คือผู้ให้บริการในลักษณะเป็น Online Advertising Marketplace คือ เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ที่สนใจลงโฆษณาผ่านสื่ออินเทอร์เนตกับเจ้าของ เว็บไซด์ที่สนใจจะขายพื้นที่ โฆษณาในเว็บไซด์ของตน ระบบการทำงานของ AdYim ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการต่างๆ ของผู้ลงโฆษณาและผู้ขายพื้นที่โฆษณาได้ อย่างครบถ้วน ซึ่ง ณ ปัจจุบัน Online Advertising Marketplace รายอื่นๆในประเทศไทยยังไม่สามารถทำได้ !!! ว่าไปงั้นเชียว แต่ขอบอกนะครับว่าเค้าทำได้ตามคำโฆษณาจริงๆ ทำไมต้องทำการซื้อขายโฆษณาบนอินเทอร์เนตผ่าน AdYim สำหรับผู้ลงโฆษณา การซื้อโฆษณาผ่าน AdYim ก็เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าเงินทุกบาทของผู้ลงโฆษณา จะถูกใช้ไปกับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอโทษด้วยนะครับที่ผมไม่สามารถไปร่วมงาน WordCamp 2009 ทั้งๆทีลงทะเบียนเข้ารวมงานไว้แล้วเนื่องจากติดภารกิจจริงๆครับ</p>
<p>เข้าเรื่องกันเลยครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวใหญ่ในวงการวงการโฆษณาออนไลน์ เมื่อผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการโฆษณาออนไลน์คุณโซวบักทั่ง แห่ง Thaiseoboard ชื่อนี้ถ้าคนในวงการได้ยินก็คงต้องรอ &#8220;อ๋อ&#8221; เพราะเป็นกูรูแห่งวงการ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาหลายๆมีการเกริ่อนๆออกมาถึงโปรเจคลับของ คุณ โซวบักทั่ง ซึ่งภายหลังความลับก็เริ่มคลี่คลายเมื่อ บริษัท คลิกทูบิซ จำกัด ในเครือคุณโซวออกโปรเจค <a href="http://www.adyim.com/57.html" target="_blank">AdYim</a></p>
<p><a href="http://www.adyim.com/57.html"><img src="http://img.spacethai.net/images/adyim.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/adyim.jpg" width="493" height="219" /></a></p>
<blockquote><p><strong>AdYim ให้บริการเกี่ยวกับอะไร</strong></p>
<p>AdYim คือผู้ให้บริการในลักษณะเป็น Online Advertising Marketplace คือ เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ที่สนใจลงโฆษณาผ่านสื่ออินเทอร์เนตกับเจ้าของ เว็บไซด์ที่สนใจจะขายพื้นที่ โฆษณาในเว็บไซด์ของตน ระบบการทำงานของ AdYim ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการต่างๆ ของผู้ลงโฆษณาและผู้ขายพื้นที่โฆษณาได้ อย่างครบถ้วน ซึ่ง ณ ปัจจุบัน Online Advertising Marketplace รายอื่นๆในประเทศไทยยังไม่สามารถทำได้ !!!</p></blockquote>
<p>ว่าไปงั้นเชียว แต่ขอบอกนะครับว่าเค้าทำได้ตามคำโฆษณาจริงๆ</p>
<blockquote><p><strong>ทำไมต้องทำการซื้อขายโฆษณาบนอินเทอร์เนตผ่าน AdYim</strong></p>
<p>สำหรับผู้ลงโฆษณา การซื้อโฆษณาผ่าน AdYim ก็เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าเงินทุกบาทของผู้ลงโฆษณา จะถูกใช้ไปกับ trafficที่เกิดขึ้นจริงตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ลงโฆษณา ซึ่งสามารถแสดงผลและวัดผลได้ผ่านทางระบบ Stat ของ AdYim และผู้ลงโฆษณายังสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงแผนทางการตลาดในครั้งต่อๆไป</p>
<p>สำหรับผู้ขายโฆษณา AdYim มีแผนการตลาดเชิงรุกและแผนงานการขายแบบมืออาชีพ ที่จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ซื้อโฆษณาบนเว็บไซด์ของคุณ และด้วยระบบ Stat ของ AdYim จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับเจ้าของเว็บไซด์ในการพัฒนาเว็บของตนให้ บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการต่อไป</p></blockquote>
<p><strong>AdYim ต่างกับ Adsense อย่างไร?</strong></p>
<p>อย่างแรกที่ผมเห็นได้ชัดเจนในเรื่องข้อแตกต่างระหว่าง AdYim กับ Adsense ก็คือเรื่องของการกำหนดราคาโฆษณาสำหรับโฆษณาแบบ Content Network หรือที่ AdYim เรียกว่า AdYim Network ว่าจะแสดงโฆษณาที่เสนอราคาต่อคลิ๊กต่ำสุดที่เท่าไร</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/adyim2009s.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/adyim2009s.jpg" /></p>
<p>ระบบของ AdYim ยังอนุญาตให้ผู้ซื้อโฆษณาเสนอราคา กับเจ้าของเว็บไซต์ หากเจ้าของเว็บไซต์กับผู้ซื้อตกลงราคากันได้เมื่อไรกดไม่กี่ปุ่ม โฆษณาก็จะมาแสดงทันที</p>
<p>นอกจากนี้ AdYim มาพร้อมกับตัวเก็บสถิติที่ทางผู้พัฒนาเอ่ยปากว่าเจ๋งที่สุดในประเทศไทย นั่นหมายความว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องไปหาโปรแกรมเสริมใดๆ มาเก็บสถิติเว็บไซต์เราอีกต่อไป เพราะตัว AdYim จะช่วยเก็บข้อมูลอย่างละเอียด พร้อมให้เราสามารถวิเคราะห์เพื่อพัฒนาเว็บต่อไปในอนาคต</p>
<p><span id="more-696"> </span></p>
<p><strong>ข้อมูลผู้เยี่ยมชม ที่ทาง AdYim เก็บสถิติไว้<br />
</strong>* Popular Pages<br />
* Popular Links<br />
* Popular Domains<br />
* Entry Pages<br />
* Exit Pages<br />
* Came From<br />
* Keyword Analysis<br />
* Search Engine Wars<br />
* Visitor Paths/Activity<br />
* Online Visitors<br />
* Pageload Activity<br />
* Click Activity<br />
* Countries/Languages<br />
* Browser<br />
* Operating Systems<br />
* Screen Resolutions<br />
* Color Depths<br />
* Download Logs</p>
<p><strong>จะสมัคร AdYim ต้องมีอะไรบ้าง?</strong></p>
<p>ไม่ต้องมีอะไรมากมายครับสำหรับคนที่ต้องการสมัคร <a href="http://www.adyim.com/57.html" target="_blank">AdYim</a> ขอเพียงแค่มีเว็บไซต์ภาษาไทย และบัญชีธนาคารสำหรับให้เขาโอนเงินให้เราเมื่อขายโฆษณาได้ ซึ่งปัจจุบันระบบยังรองรับได้แค่ ธ.กสิกรไทย แต่เชื่อว่าอีกสักพักคงจะมีครบทุกธนาคาร</p>
<p><a href="http://www.adyim.com/57.html"><img src="http://img.spacethai.net/images/newindrpr.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/newindrpr.jpg" width="549" height="204" /></a></p>
<p><a href="http://www.adyim.com/57.html"><img src="http://img.spacethai.net/images/hsellads.gif" alt="http://img.spacethai.net/images/hsellads.gif" width="476" height="41" /></a></p>
<blockquote><p><strong>คุณมีเว็บไซต์ แล้วประสบปัญหาเช่นนี้หรือเปล่า ?</strong></p>
<p>* ขาดรายได้ เพราะไม่มีผู้สนใจลงโฆษณาในเว็บคุณ<br />
* ติด AD แบบ Pay-Per-Click แต่ว่า ไม่มีคนคลิก ! ทั้งๆที่เว็บก็มี Traffic เยอะแยะ<br />
* ติด AD แบบ Pay-Per-Click แต่ว่าได้ราคาต่อคลิกน้อยเสียเหลือเกิน ซื้อลูกอมหนึ่งเม็ด ยังซื้อไม่ได้<br />
* AD ที่นำมาลงบนเว็บ มีแต่ Work at Home, MLM , ลดน้ำหนัก !<br />
* รูปแบบ Ad มีแต่แบบตัวหนังสือซ้ำๆซากๆ ไม่น่าสนใจ<br />
* ตัวกลาง หรือ เอเจนซี่ ที่จ่ายเงินค่าโฆษณา ทำงุบงิบ ไม่ยอมเปิดเผยเงินค่าโฆษณาที่แท้จริงที่ได้รับจากผู้ลงโฆษณา</p>
<p><strong>และจะดีกว่ามั้ย ถ้าคุณ…</strong></p>
<p>* มีทีมนักขายมืออาชีพ ที่ขยันขันแข็งช่วยหาโฆษณามาลงบนเว็บคุณให้<br />
* สามารถเลือกที่จะขาย AD แบบ Impression ได้ มี page view มาก ก็ได้เงินค่าโฆษณามาก<br />
* สามารถกำหนดราคาค่าโฆษณาได้เอง อยากได้เท่าไหร่ก็กำหนดเอาเลย ไม่ว่าจะเป็นราคาต่อคลิก ต่อ impression หรือ จะจ่ายกันแบบเหมาเป็นวัน เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน<br />
* มีสิทธิ์ที่จะตอบรับ หรือปฎิเสธ AD ที่เราไม่พอใจที่จะให้แสดงบนเว็บ บอกลา AD ราคาถูก หรือ AD ที่ทำให้เว็บเราดูไม่เป็นมืออาชีพ<br />
* มีรูปแบบ AD ให้เลือกมากมายหลายแบบ ทั้ง Text Ad, Image Ad, Flash Ad, VDO Ad, Pop Under Ad, Pop Up Ad, Pop Ad, Peel Ads, ฯลฯ<br />
* มีตัวกลางที่โปร่งใส บอกมาเลยว่าจะจ่ายกี่เปอร์เซนต์จากรายได้ค่าโฆษณาที่ได้รับมา</p>
<p>เรา AdYim คือคำตอบที่ดีกว่า สำหรับการจัดหาโฆษณาบนเว็บคุณ</p></blockquote>
<p><a href="http://www.adyim.com/57.html" target="_blank"><img src="http://img.spacethai.net/images/newindvyv.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/newindvyv.jpg" width="549" height="203" /></a></p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/buyadstoph.gif" alt="http://img.spacethai.net/images/buyadstoph.gif" width="463" height="54" /></p>
<blockquote><p>วันนี้ คุณประสบปัญหา กับการลงโฆษณาเว็บไซต์ในไทย แบบนี้รึเปล่า ?</p>
<p>* เสียเวลาติดต่อเจ้าของเว็บไซต์ ทีละเว็บๆ แถมต่อรองราคายุ่งยากไร้มาตรฐาน<br />
* เจ้าของเว็บบอกว่ามี traffic เยอะอย่างงั้นอย่างงี้ แต่ไม่รู้ว่าเชื่อได้หรือไม่ ?<br />
* มีเงินทุนในการลงโฆษณาจำกัด<br />
* ไม่มีระบบแทรกกิ้งที่ดีทำให้ไม่รู้ว่าการลงโฆษณาในแต่ละครั้งนั้นคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือเปล่า ?<br />
* อยากเลือกลงโฆษณาเฉพาะบางเว็บไซต์เท่านั้น ไม่ได้ต้องการลงเหมาทั้ง network! แต่ก็ไม่สามารถเลือกได้<br />
* ติดต่อลงโฆษณาผ่านเว็บตัวกลาง แต่ไม่รู้เลยว่าโฆษณาของเราไปปรากฏขึ้นที่เว็บไหนบ้าง ?<br />
* มีแต่รูปแบบ AD เดิมๆ แบนเนอร์ภาพ แบนเนอร์ตัวหนังสือ อยากลอง AD รูปแบบใหม่ๆแบบเว็บต่างประเทศดูบ้าง</p>
<p>เรา AdYim คือ ยาแก้ปัญหาชั้นยอด ที่จะมาคลายอาการปวดหัวให้คุณ</p>
<p>* AdYim รวบรวมเว็บไซต์น้อยใหญ่ทั่วฟ้าเมืองไทย ให้คุณเลือกลงโฆษณาตามต้องการ ด้วยราคาที่ชัดเจน ยุติธรรมต่อทุกฝ่าย<br />
* AdYim มีระบบแสดงสถิติของทุกๆเว็บที่อยู่ในระบบ ผนวกกับแสดงค่า Alexa และ PR ซึ่งเป็นค่าที่ใช้วัดคุณภาพเว็บมาตรฐานโลกที่คุณสามารถเชื่อถือได้<br />
* AdYim ไม่มีข้อจำกัดเงินขั้นต่ำในการลงโฆษณา มีงบเท่าไรก็เท่านั้น ไม่มีบานปลาย<br />
* AdYim มีระบบแทรคกิ้งช่วยเหลือคุณ ซึ่งคุณสามารถรู้ได้ทันทีว่ามีคนคลิกเข้ามาเว็บคุณกี่คน ซื้อสินค้าหรือบริการกี่คน หรือ สมัครเป็นสมาชิกเว็บคุณกี่คน ! ทำให้รู้ได้ทันทีว่าการโฆษณานี้คุ้มค่าหรือเปล่า ?<br />
* AdYim มีรูปแบบการซื้อโฆษณาให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ ทั้งแบบจ่ายต่อคลิก ( PPC ) , จ่ายต่อ Impression ( CPM ) หรือเลือกจ่ายเหมาเป็นวัน , สัปดาห์ และเดือน<br />
* AdYim มีระบบให้เลือกว่าคุณต้องการลงโฆษณาเฉพาะเว็บไซต์ที่ต้องการ หรือต้องการลงโฆษณาแบบกระจายทั้ง network อีกทั้งยังสามารถเลือกเว็บที่จะลงโฆษณาโดยเลือกจากหมวดหมู่เว็บ, กลุ่มผู้เข้าชมเว็บ หรือแม้กระทั่งคีย์เวิร์ด<br />
* AdYim มีระบบแสดงผลให้คุณรู้ว่า AD ของคุณปรากฏอยู่ที่ไหนบ้าง โดยคุณสามารถสั่งยกเลิกแคมเปญโฆษณาที่ไม่ต้องการได้ในทันที<br />
* AdYim มีรูปแบบ AD ให้คุณเลือกถึง 11 แบบ !! Text Ad, Image Ad, Pop-Under Ad, Pop-Up Ad, Full Page Ad, InLine Ad, Splash Ad, Peel Ad, Pop Ad , VDO Ad และ InVDO Ad</p>
<p>เริ่มต้นลงโฆษณากับเราวันนี้ แล้วคุณจะรู้ว่า การลงโฆษณาบนเน็ท เป็นแค่เรื่อง ยิ้ม ยิ้ม &#8230;&#8230;</p></blockquote>
<p><strong>AdYim</strong> มีระบบการโฆษณาให้คุณเลือก 2 รูปแบบ กรุณาเลือกรูปแบบที่คุณต้องการ คือ<br />
โฆษณาแบบ AdYim Networkและ โฆษณาแบบเจาะจงเว็บไซต์</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<a href="http://www.adyim.com/57.html"> Adyim.com </a>สำหรับรายละเอียดออกแนวเชิงโฆษรานะครับ</p>
<p>ข้อมูลบางส่วนจาก afflovers ครับ</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/newindexlo.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/newindexlo.jpg" width="554" height="206" /></p>
<p><strong>บทวิเคราะห์โดย Phet.in.th</strong></p>
<p>เนื่องจาก AdYim เป็นผู้ให้บริการโฆษณาออนไลน์หน้าใหม่แต่บริหารงานโดยคนที่คลุกคลีในวงการนี้มาตั้งแต่ยุคแรกๆของการกำเนิดโฆษณาออนไลน์โลก ในมุมมองผมแล้วผมคิดว่า AdYim เกิดจากความต้องการบริษัทโฆษราที่ต้องสนองความต้องการของผู้ลงโฆษณา พูดง่ายๆคือมันถูกสร้างจากความอัดอั้นตันในของเหล่าผู้ลงโฆษณา และผู้ขายโฆษณา ให้มาพบกันคนละครึ่งทาง</p>
<p>ตอนนี้ AdYim อยู่ในช่วงทดสอบระบบซึ่งถือว่าสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง เราคงต้องเป็นกำลังใจให้บริษัทให้สามารถแข่งขันกับบริษัทยัก ใหญ่ข้ามชาติ</p>
<blockquote>
<h3 style="text-align: center;">&#8220;ถ้าไทยไม่ช่วยไทย แล้วใครจะช่วยเรา&#8221;</h3>
</blockquote>
<p>ยังไงแล้วถ้าท่านผู้อ่านสนใจก็ลองดูรายละเอียดที่เว็บไซด์ของ <a href="http://www.adyim.com/57.html" target="_blank">AdYim</a> ได้เลยนะครับ</p>
<p>แล้วเจอกันใหม่ใน <a href="http://www.adyim.com/57.html">AdYim</a> ภาค 2 ครับ เมื่อยแล้ว</p>
<p>&copy;2012 <a href="http://www.phet.in.th">Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง</a>. All Rights Reserved.</p>.<p><a class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.phet.in.th%2F2009%2F11%2Fadyim-com-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%258f%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2586%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%2593%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2584%2F&amp;title=AdYim.com%20%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%86%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%20%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%87%E0%B8%9B%20%26%238220%3B%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C%20%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%86%26%238221%3B" id="wpa2a_14"><img src="http://www.phet.in.th/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.phet.in.th/2009/11/adyim-com-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Virtualization &amp; Virtual Machine Concept</title>
		<link>http://www.phet.in.th/2009/11/virtual-machine-concept/</link>
		<comments>http://www.phet.in.th/2009/11/virtual-machine-concept/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Nov 2009 14:03:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Phet</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Genaral Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[Software]]></category>
		<category><![CDATA[an efficient]]></category>
		<category><![CDATA[CPU single Core]]></category>
		<category><![CDATA[Full virtualization]]></category>
		<category><![CDATA[Guest Operating System]]></category>
		<category><![CDATA[hardware virtual machines]]></category>
		<category><![CDATA[isolated duplicate of a real machine]]></category>
		<category><![CDATA[Java Runtime Environment]]></category>
		<category><![CDATA[memory virtualization]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Virtual Server]]></category>
		<category><![CDATA[Para-virtualization]]></category>
		<category><![CDATA[Physical memory]]></category>
		<category><![CDATA[Popek and Goldberg]]></category>
		<category><![CDATA[System virtual machines]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Machine]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Machine Concept]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Machines Monitor]]></category>
		<category><![CDATA[Virtualization]]></category>
		<category><![CDATA[VMs]]></category>
		<category><![CDATA[VMware ESX Server]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มที่สองคือ process virtual machine]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.phet.in.th/?p=500</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ วันนี้มีโอกาสพิเศษได้มาเขียนบทความที่ตัวเองไม่ถนัด อันที่จริงแล้วไม่แน่ใจเสียด้วยซ้ำว่าข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่นำเสนอออกไปนั้นมันจะถูกหรือไม่นั้นถ้าท่านผู้อ่านท่านใดต้องการเสนอแนะโต้แย้งในประเด็นใดสามารถแจ้งเข้ามาได้ผ่าน Comment นะครับ Virtual Machine Concept คือ แนวคิดการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือนบนฮาร์ดแวร์เพียงชุดเดียวซึ่งมันสามารถทำงานได้เสมือนกับว่ามีคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่อง โดยมีการแยกการทำงานของระบบต่างๆได้อย่างเป็นอิสระต่อกัน มีการให้แนวคิดแรกๆของ Virtual Machine ซึ่งถูกกล่าวโดย Popek and Goldberg โดยกล่าวสั้นๆไว้ว่า&#8221;an efficient, isolated duplicate of a real machine&#8221; หรือ &#8220;มีประสิทธิภาพ และแยกการทำงานออกจากกันได้เสมือนจริง Virtual Machine นั้นแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ๆคือ กลุ่มแรก System virtual machines มันคือ Virtual Machine ที่แยกการทำงานโดยสมบูรณ์ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการจำลองเสมือนหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Bios, Hardware ต่างๆ, Hard disk, ram, Netword Card รวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆ และสามารถเรียกใช้งานระบบปฏิบัติการได้อย่างสมบูรณ์ กลุ่มที่สองคือ process virtual machine [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ วันนี้มีโอกาสพิเศษได้มาเขียนบทความที่ตัวเองไม่ถนัด อันที่จริงแล้วไม่แน่ใจเสียด้วยซ้ำว่าข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่นำเสนอออกไปนั้นมันจะถูกหรือไม่นั้นถ้าท่านผู้อ่านท่านใดต้องการเสนอแนะโต้แย้งในประเด็นใดสามารถแจ้งเข้ามาได้ผ่าน Comment นะครับ</p></blockquote>
<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/wvchartvm.gif" alt="http://img.spacethai.net/images/wvchartvm.gif" width="172" height="200" /><strong>Virtual Machine Concept</strong> คือ แนวคิดการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือนบนฮาร์ดแวร์เพียงชุดเดียวซึ่งมันสามารถทำงานได้เสมือนกับว่ามีคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่อง โดยมีการแยกการทำงานของระบบต่างๆได้อย่างเป็นอิสระต่อกัน</p>
<p>มีการให้แนวคิดแรกๆของ Virtual Machine ซึ่งถูกกล่าวโดย Popek and Goldberg โดยกล่าวสั้นๆไว้ว่า&#8221;an efficient, isolated duplicate of a real machine&#8221; หรือ &#8220;มีประสิทธิภาพ และแยกการทำงานออกจากกันได้เสมือนจริง</p>
<p>Virtual Machine นั้นแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ๆคือ</p>
<p><strong>กลุ่มแรก System virtual machines</strong></p>
<p>มันคือ Virtual Machine ที่แยกการทำงานโดยสมบูรณ์ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการจำลองเสมือนหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Bios, Hardware ต่างๆ, Hard disk, ram, Netword Card รวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆ และสามารถเรียกใช้งานระบบปฏิบัติการได้อย่างสมบูรณ์</p>
<p><strong>กลุ่มที่สองคือ process virtual machine </strong>มันถูกออกแบบมาเฉพาะเจาะจงมากกว่า System virtual machines มันอาจถูกออกแบบมาให้รันโปรแกรมโปรแกรมหนื่งหรือประมวลผลอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ยกตัวอย่าง virtual machine ชนิดนี้เช่น Java Runtime Environment (JRE) มันคือซอร์ฟแวร์ที่รับคำสั่งจากซอร์ฟแวรืที่เป็นจาวา แล้วทำการประมวลผลและแสดงผลข้อมูลเสมือนกับเป็นระบบปฏิบัติการย่อยๆเลยทีเดียว</p>
<p><strong>System virtual machines</strong> บางครั้งอาจเรียกว่า hardware virtual machines มันคือระบบที่ออกแบบมาเพื่อจำลอง เครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องให้ทำงานพร้อมกัน และเป็นอิสระต่อกันทั้งการใช้ข้อมูลในฮาร์ดิส การเข้าถึงแรม การใช้คำสั่งประมวลผล ตลอดจนระบบปฏิบัติการ สิ่งเหล่านี้ล้วนแยกออกจากันโดยอิสระ System virtual machines ยังถูกแบ่งออกเป็นสองชนิดคือ <span> (<strong>Type 1</strong> หรือ <strong>native</strong> VM) และ (<strong>Type 2</strong> หรือ <strong>hosted</strong> VM)</span></p>
<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://img.spacethai.net/images/5.png" ><img src="http://img.spacethai.net/images/5.png" alt="http://img.spacethai.net/images/5.png" width="558" height="266" /></a></p>
<p><strong><span>ความสามารถหลักๆของ </span>virtual machines</strong></p>
<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/virtualmac.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/virtualmac.jpg" width="322" height="241" /> # จะต้องรัน OS หรือระบบปฏิบัติการได้หลายๆระบบปฏิบัติการพร้อมๆกันในสภาพแวดล้อมที่เรียกว่า co-exist หรือมีการใช้งานพร้อมๆกันโดยจะต้องแยกการทำงานให้เป็นอิสระต่อกัน</p>
<p># virtual machine จะสามารถเรียกใช้คำสั่งต่างๆในการประมวลผลจาก CPU ซึ่งอยู่ในหน่วยประมวลผล (processor) ได้เสมือนกับการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จริงๆ</p>
<p># ซอร์ฟแวร์ โปรแกรมประยุกต์และ application ต่างๆ จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพตลอดจนจะต้องสามารถกู้คือการทำงานได้</p>
<p><strong>ข้อจำกัดของ virtual machines</strong></p>
<p>แม้ในทางทฤษฏีแล้ว virtual machines ไม่ต่างอะไรกับการใช้เครื่องจริงๆ แต่ในทางปฏิบัตินั้นพบปัญหาทางอ้อมในการเข้าถึงฮาร์ดแวร์ซึ่งปัญหานั้นเกิดจากการที่ฮาร์ดแวร์ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรนัก</p>
<p>โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อเรากล่าวถึง Virtual Machine มักจะเป็นการนำซอร์ฟแวมาช่วยในการจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งเพื่อรันระบบปฏิบัติการโดยเราสามารถควบคุม การใช้ทรัพยากรตั้งแต่หน่วยประมวลผล พื้นที่ฮาร์ดดิส แรม และอุปกรณ์อื่นๆ</p>
<p>แต่อย่างไรก็ดีด้วยข้อจำกัดของ ฮาร์ดแวร์ประมวลผลหรือ CPU single Core ที่ต้องอาศัยเทคนิค time-sharin ในการแบ่งช่วงเวลาเพื่อทำงานหลายๆงาน ทำการเมื่อนำ Virtual Machine มาใช้ยิ่งทำให้การประมวลผลช้าลงอย่างมาก ซึ่งซอร์ฟแวร์ที่ทำหน้าที่เป็น Virtual Machine จะต้องทำการแบ่งทรัพยากรในการประมวลผลให้มีประสิทธิตลอดจากการใช้หน่วยความจำ ซึ่งมีการนำเทคนิคที่ชื่อว่า memory virtualization มาช่วยในการจัดสรรทรัพยากรหน่วยความจำเพื่อใช้ร่วมกัน</p>
<p>Virtual Machine นั้นบางครั้งเราก็มักจะนำมารวมเป็นส่วนหนึ่งกับ เทคโนโลยี Virtualization ซึ่งเวชวลไลเซชันซอฟต์แวต์ก็คือการสร้างสภาพแวดล้อมจำลองของเครื่องขึ้นมา โดยที่มันจะทำงานอยู่ภายใต้ฮาร์ดแวร์นั้น เวชวล<br />
ไล เซชันซอฟต์แวต์ก็คือการสร้างส่วนควบคุมที่เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ที่ ทำหน้าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือนหรือที่เราเรียกว่าเวชวลแมชชีน<br />
(Virtual Machines:VMs) ซึ่งก็คือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ในการทำงานเป็นตัวแทนของทรัพยากรต่างๆบน เครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวอย่าง<br />
เช่น  การจำลองโปสเซสเซอร์  (Processor) , หน่วยความจำหลัก  (Physical memory) , การเชื่อมต่อกับเครือข่าย (Network connection) และ อุปกรณ์ อินพุท เอาท์พุท (IO Device)เป็นต้น ในส่วนซอฟต์แวต์ด้านสแตก จะรวมเอาระบบปฏิบัติการ (Operating system) และโปรแกรมต่างๆ ให้ทำงานอยู่ในส่วนบนสุดของตัว เวชวลแมชชีน ซึ่งการทำงานของซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนต่างๆ สามารถที่<br />
จะทำงานพร้อมกันได้ในเครื่องเดียวกัน และในการเข้าใช้ทรัพยากรเครื่องของตัวซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีน จะถูกควบคุมด้วยโปรแกรมที่เรียกว่า เวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ (Virtual Machines Monitor:VMM) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการและจัดสรรการใช้ทรัพยากรของระบบร่วมกัน รวมถึงการแปลคำสั่งจากเวชวลแมชชีนไปเป็นคำสั่งระบบของเครื่อง (Physical Hardware)</p>
<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/vmwarevi3d.gif" alt="http://img.spacethai.net/images/vmwarevi3d.gif" width="275" height="348" />สถาปัตยกรรมของการทำเวชวลไลเซชั่น</p>
<p>มีทางเลือกมากมายในการ สนับสนุนเทคโนโลยีการทำงานของเวชวลไลเชชัน แต่มีเทคนิคอยู่ 2 รูปแบบที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีนี้อยู่ก็คือเทคนิคแบบ Full virtualization และ Para-virtualization</p>
<p>Full virtualization สำหรับการทำเวชวลไลเซชั่นในรูปแบบนี้ ถูกออก แบบเพื่อเตรียมการทำให้เป็นรูปแบบเสมือนทั้งหมดของฮาร์ดแวร์ และสร้างระบบเสมือนที่สมบูรณ์ ในที่นี้จะทำให้เราสามารถที่นำ ระบบปฏิบัติการอื่นๆ มาติดตั้งและสามารถที่จะทำงานอยู่บนเครื่องคอมพิเตอร์เดียวกันได้ ซึ่งเราจะเรียกว่าระบบปฏิบัติที่มาติดตั้งเพิ่มเติมนี้ว่า ระบบปฏิบัติการเยือน ( Guest Operating System: GOS ) โดยที่ระบบปฏิบัติการเยือนสามารถที่จะทำงานได้โดยไม่ต้องมีการแก้ไขเปลี่ยน แปลงสิ่งใดๆ กับคำสั่งที่ถูกร้องขอจากระบบปฏิบัติการเยือนนั้นๆ หรือในตัวโปรแกรมของมันเอง เพราะฉะนั้น ระบบปฏิบัติการเยือนหรือโปรแกรม จะไม่ทราบถึงสภาพแวดล้อมจำลองเสมือนจริงที่เกิดขึ้น จึงทำให้ระบบปฏิบัติการเยือนและโปรแกรมของมันทำงานอยู่บน เวชวลแมชชีน ในขณะที่ในความจริงแล้วจะต้องทำงานบนสภาวะแวดล้อมของระบบจริงๆ ( Physical system ) วิธีการนี้ทำให้เกิดประโยชน์ เพราะว่ามันได้แยกการเชื่อมต่อของซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการเยือน ออกจากฮาร์ดแวร์อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นผลลัพธ์ของวิธีการแบบ Full virtualization ก็คือสามารถให้มีเส้นทางการเคลื่อนย้ายของตัวซอฟต์แวร์ และ ภาระงานต่างๆ ( workloads ) ระหว่างระบบปฏิบัติการที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ตัวอย่างของซอฟต์แวร์เวชวลไลเชชัน ที่ใช้เทคนิค Full virtualization ก็คือ Microsoft Virtual Server, และ VMware ESX Server</p>
<p>Para-virtualization เป็น อีกวิธีการหนึ่งในการทำเวชวลไลเชชัน โดยนำเสนอให้แต่ละ เวชวลแมชชีน คือรูปแบบเสมือนของฮาร์ดแวร์ที่ถูกนำเสนอเช่นเดียวกันกับแบบ Full virtualization แต่มีสิ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือในเทคนิคแบบนี้จะสามารถระบุไปถึงภายในกายภาพ ของฮาร์ดแวร์ (Physical Hardware ) โดยเทคนิค Para-virtualization ต้องการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำร้องขอของระบบปฏิบัติการเยือน ที่กำลังทำงานอยู่บนเวชวลแมชชีน ผลลัพธ์ของมันก็คือ ระบบปฏิบัติการเยือน จะรับรู้ได้ว่ามันกำลังทำงานอยู่บนซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนนั่นเอง มีการยอมรับว่าประสิทธิภาพที่ได้จะใกล้เคียงกับประสิทธิภาพตามธรรมชาติของ ระบบปฏิบัติการเยือน วิธีการของ Para- virtualization ยังคงดำเนินการพัฒนาและยังมีข้อจำกัดอยู่ เช่นการเกิดแคชของข้อมูลของระบบปฏิบัติการเยือน ( Guest Operating System Cache Data ) และการเชื่อมต่อกันที่ยังไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ ( Unauthenticated Connections )</p>
<blockquote><p>ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี Virtual Machine มาใช้กันอย่างหลากหลายเนื่องจากมีการพัฒนาฮาร์ดแวร์ให้มีหน่วยประมวลผลแบบหลายคอร์หรือ muti core ซึ่งรองรับการทำ Virtual Machine ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจนแทบไม่ต่างจาก การใช้หน่วยประมวลผลจริงเพราะมันสามารถทำงาน virtual machine (VM) สอง session ในขณะที่ทำงานพร้อมกันบนระบบที่มีหน่วยประมวลผลกลางเพียงตัวเดียว</p></blockquote>
<p><em>แหล่งอ้างอิง</em></p>
<p>Wikipedia</p>
<p>intel.com</p>
<p>thaiopensource.org</p>
<p>ช่วยแปลไทยโดย Bing Google ดิกชันนารี่ และผมเอง</p>
<p>เรียบเรียงและวิเคราะห์ โดย เพชร อิ่มทองคำ ในนาม Phet.in.th</p>
<p>บทความนี้ให้ถือเป็นลิขสิทธิ ตามขอกำหนดของบล็อกนี้คือการอ้างอิงที่มา ตาม <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/3.0/th" rel="license"  target="_blank"> Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 License</a></p>
<p>เพิ่มเติมจาก <cite><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.idayblog.com/" rel="external nofollow" >iDayBlog</a></cite></p>
<blockquote><p>รันโพรเซสหลายๆตัวในเวลาเดียวกัน หลักการเดียวกับพวก Dedicate Hosting ล่ะครับ จำลองการทำงาน เสมือนว่าทำงานอยู่บนคอมฯหรือเครื่องมือหลายๆตัว หรือแยกจากกัน ทั้งที่จริงก็รันการทำงานอยู่ศูนย์กลาง</p></blockquote>
<p>&copy;2012 <a href="http://www.phet.in.th" >Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง</a>. All Rights Reserved.</p>.<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.phet.in.th%2F2009%2F11%2Fvirtual-machine-concept%2F&amp;title=Virtualization%20%26%23038%3B%20Virtual%20Machine%20Concept" class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save"  id="wpa2a_16"><img src="http://www.phet.in.th/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.phet.in.th/2009/11/virtual-machine-concept/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>40 ปี อินเทอร์เน็ต ก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงของมนุษยชาติ</title>
		<link>http://www.phet.in.th/2009/10/40-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.phet.in.th/2009/10/40-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 14:59:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Phet</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Genaral Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[Advanced Research Projects Agency NETwork]]></category>
		<category><![CDATA[ARPANET]]></category>
		<category><![CDATA[Camino 2003]]></category>
		<category><![CDATA[CERN]]></category>
		<category><![CDATA[Chimera 2002]]></category>
		<category><![CDATA[Chrome 2008]]></category>
		<category><![CDATA[DARPANET]]></category>
		<category><![CDATA[Defense Advanced Research Projects Agency Network]]></category>
		<category><![CDATA[Distribution Database]]></category>
		<category><![CDATA[Domain Name]]></category>
		<category><![CDATA[Firebird 2003]]></category>
		<category><![CDATA[Firefox 2004]]></category>
		<category><![CDATA[IE 1995]]></category>
		<category><![CDATA[Internet Service Provider]]></category>
		<category><![CDATA[ISOC]]></category>
		<category><![CDATA[ISP]]></category>
		<category><![CDATA[Lynx 1993]]></category>
		<category><![CDATA[Mac IE 1996]]></category>
		<category><![CDATA[Maxthon 2003]]></category>
		<category><![CDATA[Mosaic 1993]]></category>
		<category><![CDATA[Mozilla 1999]]></category>
		<category><![CDATA[MyIE2 2003]]></category>
		<category><![CDATA[Netscape 1994]]></category>
		<category><![CDATA[Netsurf 2007]]></category>
		<category><![CDATA[Opera 1994]]></category>
		<category><![CDATA[Phoenix 2002]]></category>
		<category><![CDATA[Safari 2003]]></category>
		<category><![CDATA[Seamonkey 2005]]></category>
		<category><![CDATA[TCP/IP]]></category>
		<category><![CDATA[Transmission Control Protocal/Internet Protocal]]></category>
		<category><![CDATA[Web Browser]]></category>
		<category><![CDATA[World Wide Web]]></category>
		<category><![CDATA[WWW]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงกลาโหมของสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทอร์เน็ต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.phet.in.th/?p=494</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ เนื่องจากที่ผ่านมาผมติดภารกิจหลายอย่างจึงมิได้มาบอกกล่าวเรื่องราวต่างๆผ่านบล็อก นั้นอาจเป็นเพียงเหตุผลบางส่วน แต่อีกเหตุผลหนึ่งนั้นอาจเกิดจากโรคขาดไอเดียครับ นึกไม่ออกว่าจะต้องเขียนอะไร วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง 40 ปี อินเทอร์เน็ต ซึ่ง วันที่ 29 ตุลาคม 1969 เป็นวันแรกของการทดลองส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย ARPANET  และในปีนี้ (2009)เป็นวันครบรอบ 40 ปีอย่าลืม Happy Birth Day นะครับ วันที่ 29 ตุลาคม 1969 เป็นครั้งแรกของโลกที่มีการทดลองเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายที่ชื่อว่า ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork) ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ (U.S.Department of Defense &#8211; DoD) ต่อมาเครือข่ายนี้ได้รมีการพัฒนาโดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำในสหรัฐ โดย ค.ศ.1969(พ.ศ.2512) อาร์ป้าเน็ตได้รับทุนสนันสนุนจากหลายฝ่าย และเปลี่ยนชื่อเป็นดาป้าเน็ต (DARPANET = Defense Advanced Research Projects Agency Network) พร้อมเปลี่ยนแปลงนโยบาย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ เนื่องจากที่ผ่านมาผมติดภารกิจหลายอย่างจึงมิได้มาบอกกล่าวเรื่องราวต่างๆผ่านบล็อก นั้นอาจเป็นเพียงเหตุผลบางส่วน แต่อีกเหตุผลหนึ่งนั้นอาจเกิดจากโรคขาดไอเดียครับ นึกไม่ออกว่าจะต้องเขียนอะไร วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง 40 ปี อินเทอร์เน็ต ซึ่ง วันที่ 29 ตุลาคม 1969 เป็นวันแรกของการทดลองส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย ARPANET  และในปีนี้ (2009)เป็นวันครบรอบ 40 ปีอย่าลืม Happy Birth Day นะครับ</p>
<div class="wp-caption alignleft" style="width: 245px"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://img.spacethai.net/images/arpanet1.gif" ><img title="รูปแสดงเครือข่าย Arpanet " src="http://img.spacethai.net/images/arpanet1.gif" alt="http://img.spacethai.net/images/arpanet1.gif" width="235" height="235" /></a><p class="wp-caption-text">รูปแสดงเครือข่าย Arpanet </p></div>
<p>วันที่ 29 ตุลาคม 1969 เป็นครั้งแรกของโลกที่มีการทดลองเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายที่ชื่อว่า ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork) ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ (U.S.Department of Defense &#8211; DoD) ต่อมาเครือข่ายนี้ได้รมีการพัฒนาโดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำในสหรัฐ โดย</p>
<p><strong>ค.ศ.1969(พ.ศ.2512)</strong> อาร์ป้าเน็ตได้รับทุนสนันสนุนจากหลายฝ่าย และเปลี่ยนชื่อเป็นดาป้าเน็ต (DARPANET = Defense Advanced Research Projects Agency Network) พร้อมเปลี่ยนแปลงนโยบาย และได้ทดลองการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์คนละชนิดจาก 4 เครือข่ายเข้าหากันเป็นครั้งแรก คือ</p>
<p>1)มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลองแองเจอลิส</p>
<p>2)สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด</p>
<p>3)มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาบาร่า และ</p>
<p>4)มหาวิทยาลัยยูทาห์</p>
<p>เครือข่ายทดลองประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นในปีค.ศ.1975(พ.ศ.2518) จึงได้เปลี่ยนจากเครือข่ายทดลอง เป็นเครือข่ายที่ใช้งานจริง ซึ่งดาป้าเน็ตได้โอนหน้าที่รับผิดชอบให้แก่หน่วยการสื่อสารของกองทัพสหรัฐ (Defense Communications Agency &#8211; ปัจจุบันคือ Defense Informations Systems Agency) แต่ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีคณะทำงานที่รับผิดชอบบริหารเครือข่ายโดยรวม เช่น ISOC (Internet Society) ดูแลวัตถุประสงค์หลัก, IAB (Internet Architecture Board) พิจารณาอนุมัติมาตรฐานใหม่ในอินเทอร์เน็ต, IETF (Internet Engineering Task Force) พัฒนามาตรฐานที่ใช้กับอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการทำงานโดยอาสาสมัครทั้งสิ้น</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img title="ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork)" src="http://www.icesi.edu.co/blogs_estudiantes/emicasanchez/files/2009/08/arpanet-5.jpg" alt="http://www.icesi.edu.co/blogs_estudiantes/emicasanchez/files/2009/08/arpanet-5.jpg" width="400" height="274" /><p class="wp-caption-text">ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork)</p></div>
<p><strong>ค.ศ.1983(พ.ศ.2526) </strong>ดาป้าเน็ตตัดสินใจนำ TCP/IP (Transmission Control Protocal/Internet Protocal) มาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบ จึงเป็นมาตรฐานของวิธีการติดต่อ ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาจนถึงปัจจุบัน เพราะ TCP/IP เป็นข้อกำหนดที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในโลกสื่อสารด้วยความเข้าใจบน มาตรฐานเดียวกัน</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://img.spacethai.net/images/arpanet4.jpg" ><img title="ภาพด้านบนคือ หน่วยประมวลผลอินเทอร์เฟซฟังก์ชัน (IMP) ส่วนประกอบหลักของเครือข่าย ARPANET" src="http://img.spacethai.net/images/arpanet4.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/arpanet4.jpg" width="400" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพด้านบนคือ หน่วยประมวลผลอินเทอร์เฟซฟังก์ชัน (IMP) ส่วนประกอบหลักของเครือข่าย ARPANET</p></div>
<p><strong>ค.ศ.1980(พ.ศ.2523)</strong> ดาป้าเน็ตได้มอบหน้าที่รับผิดชอบการดูแลระบบอินเทอร์เน็ตให้มูลนิธิวิทยา ศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation &#8211; NSF) ร่วมกับอีกหลายหน่วยงาน<br />
<strong>ค.ศ.1986(พ.ศ.2529)</strong> เริ่มใช้การกำหนดโดเมนเนม (Domain Name) เป็นการสร้างฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distribution Database) อยู่ในแต่ละเครือข่าย และให้ ISP(Internet Service Provider) ช่วยจัดทำฐานข้อมูลของตนเอง จึงไม่จำเป็นต้องมีฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์เหมือนแต่ก่อน เช่น การเรียกเว็บไซต์ www.phet.in.th จะไปที่ตรวจสอบว่ามีชื่อนี้ในเครื่องบริการโดเมนเนมหรือไม่ ถ้ามีก็จะตอบกับมาเป็นหมายเลขไอพี ถ้าไม่มีก็จะค้นหาจากเครื่องบริการโดเมนเนมที่ทำหน้าที่แปลชื่ออื่น สำหรับชื่อที่ลงท้ายด้วย .th มีเครื่องบริการที่ thnic.co.th ซึ่งมีฐานข้อมูลของโดเมนเนมที่ลงท้ายด้วย th ทั้งหมด<br />
<strong>ค.ศ.1991(พ.ศ.2534) </strong>ทิม เบอร์เนอร์ส ลี (Tim Berners-Lee) แห่งศูนย์วิจัย <strong>CERN</strong> ได้คิดค้นระบบไฮเปอร์เท็กซ์ขึ้น สามารถเปิดด้วย เว็บเบราวเซอร์ (Web Browser) ตัวแรกมีชื่อว่า WWW (World Wide Web) แต่เว็บไซต์ได้รับความนิยมอย่างจริงจัง เมื่อศูนย์วิจัย NCSA ของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์เออร์แบน่าแชมเปญจ์ สหรัฐอเมริกา ได้คิดโปรแกรม MOSAIC (โมเสค) โดย Marc Andreessen ซึ่งเป็นเว็บเบราว์เซอร์ระบบกราฟฟิก หลังจากนั้นทีมงานที่ทำโมเสคก็ได้ออกไปเปิดบริษัทเน็ตสเคป</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 509px"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://img.spacethai.net/images/internvpv.jpg" ><img title="ภาพด้านบนคือภาพจำลองการเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนทั่วโลกของอินเตอร์เน็ต" src="http://img.spacethai.net/images/internvpv.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/internvpv.jpg" width="499" height="291" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพด้านบนคือภาพจำลองการเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนทั่วโลกของอินเตอร์เน็ต</p></div>
<p>แน่นอนที่สุดในการท่องโลกอินเตอเน็ตก็จะต้องมีเว็บบราวเซอร์ ซึ่งตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันก็มีเว็บบราวเซอร์เกิดขึ้นมากมายดังตัวอย่างข้างต้นด้านล่าง</p>
<p>Lynx 1993, Mosaic 1993, Netscape 1994, Opera 1994, IE 1995, Mac IE 1996, Mozilla 1999, Chimera 2002, Phoenix 2002, Camino 2003, Firebird 2003, Safari 2003, MyIE2 2003, Maxthon 2003, Firefox 2004, Seamonkey 2005, Netsurf 2007, Chrome 2008</p>
<p><strong>บทวิเคราะห์</strong></p>
<p>หากมองกลับไปเมื่อราว 40 ปีที่แล้วคงไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะคิดว่าเทคโนโลยีบนเครือข่ายที่รวมไปถึงสถาปัตยกรรมบนเครือข่ายซึ่งเป็นสิ่งที่ไร้ตัวตนจะกลายเป็นสิ่งที่พลิกโลกใบนี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ มันถูกในเป็นเครื่องมือในการค้นหาความรู้การแลกเปลี่ยนซึ่งวัฒนธรรม เทคโนโลยี แนวคิด ต่างๆ อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่มันเปรียบได้เสมือนได้ว่าเป็นตาที่สาม ของมนุษย์โลกเลยทีเดียว โดยในปี 2549 นิตยสารไทมส์ยกย่องให้ &#8220;ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต&#8221; เป็นบุคคลแห่งปี</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/061217time.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/061217time.jpg" /></p>
<p>แล้วถึงแม้ว่าอินเตอร์เน็ตนั้นส่งผลทั้งผลดีผลเสียมากมาย แต่มันก็เป็นหนึ่งในอารยธรรมที่มนุษย์ได้สร้างสรรคขึ้นมาไม่แพ้การประดิษย์อักษรเลยทีเดียว</p>
<p><img style="cursor: -moz-zoom-in;" src="http://img.spacethai.net/images/internet.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/internet.jpg" width="487" height="450" /></p>
<p>&copy;2012 <a href="http://www.phet.in.th" >Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง</a>. All Rights Reserved.</p>.<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.phet.in.th%2F2009%2F10%2F40-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2595%2F&amp;title=40%20%E0%B8%9B%E0%B8%B5%20%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%20%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save"  id="wpa2a_18"><img src="http://www.phet.in.th/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.phet.in.th/2009/10/40-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bing Translator ระบบแปลภาษาออนไลน์ คู่แข่งใหม่ของ Google Translate</title>
		<link>http://www.phet.in.th/2009/09/bing-translator-vs-google-translate/</link>
		<comments>http://www.phet.in.th/2009/09/bing-translator-vs-google-translate/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Sep 2009 12:34:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Phet</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Genaral Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[Bing Translator]]></category>
		<category><![CDATA[Google Translate]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Translator]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft® Translator]]></category>
		<category><![CDATA[mtbot@hotmail.com]]></category>
		<category><![CDATA[บอทแปล]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบแปลภาษา]]></category>
		<category><![CDATA[แปลภาษาออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.phet.in.th/?p=478</guid>
		<description><![CDATA[เพื่อนๆหลายคนคงรู้จักระบบแปลภาษาออนไลน์สุดอัจฉริยะอย่าง Google Translate (ไม่ได้ประชดนะครับ) ซึ่งเป็นสุดยอดการแปลภาษาแบบทั้งประโยค และแปลภาษาแบบทั้งเว็บ ได้อย่างน่าอัศจรรย์มาก แค่คุณพิมชื่อเว็บหรือ Urls เข้าไปมันก็แปลเว็บได้ทั้งเว็บเลยทีเดียว เอาหล่ะครับโฆษณามากไปแล้ว บทความนี้ไม่ได้พูดถึง Google Translate ซักหน่อย Bing  Translator หรือ ชื่อสามัญ Microsoft Translator (ไม่ทราบชื่อทางวิทยาศาสตร์) คือระบบแปลภาษาออนไลน์คล้ายๆกับ Google Translate วิธีใช้แทบไม่ต่างกันเลย แค่เข้าไปที่  http://www.microsofttranslator.com จากนั้น พิมพ์ข้อความที่ต้องการแปล หรือ ระบุ url เว็บที่ต้องการแปลจากนั้น ก็แค่กด &#8220;แปล&#8221; แค่นั้นเองครับ และเมื่อไม่นานมานี้ Bing Translator ได้เพิ่มการสนับสนุนการแปล &#8220;ภาษาไทย&#8221;  ส่งผลให้  Bing รองรับถึง 20 ภาษาแล้ว ในขณะที่กูเกิลมีถึง 51 ภาษา (รวมถึงภาษาไทยที่มีได้สักพัก) ในขณะที่ยาฮูนั้นรองรับเพียง 13 ภาษาไม่เปลี่ยนแปลง จากการทดสอบโดยเบื้องต้นพบว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อนๆหลายคนคงรู้จักระบบแปลภาษาออนไลน์สุดอัจฉริยะอย่าง Google Translate (ไม่ได้ประชดนะครับ) ซึ่งเป็นสุดยอดการแปลภาษาแบบทั้งประโยค และแปลภาษาแบบทั้งเว็บ ได้อย่างน่าอัศจรรย์มาก แค่คุณพิมชื่อเว็บหรือ Urls เข้าไปมันก็แปลเว็บได้ทั้งเว็บเลยทีเดียว</p>
<blockquote>
<p style="text-align: left;">เอาหล่ะครับโฆษณามากไปแล้ว บทความนี้ไม่ได้พูดถึง Google Translate ซักหน่อย</p>
</blockquote>
<p style="text-align: left;">Bing  Translator หรือ ชื่อสามัญ Microsoft Translator (ไม่ทราบชื่อทางวิทยาศาสตร์) คือระบบแปลภาษาออนไลน์คล้ายๆกับ Google Translate</p>
<p style="text-align: left;">วิธีใช้แทบไม่ต่างกันเลย แค่เข้าไปที่  http://www.microsofttranslator.com</p>
<p style="text-align: left;">จากนั้น พิมพ์ข้อความที่ต้องการแปล หรือ ระบุ url เว็บที่ต้องการแปลจากนั้น ก็แค่กด &#8220;แปล&#8221; แค่นั้นเองครับ</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 567px"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://img.spacethai.net/images/bingtransl.jpg" ><img style="cursor: -moz-zoom-in;" title="Bing Translator" src="http://img.spacethai.net/images/bingtransl.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/bingtransl.jpg" width="557" height="208" /></a><p class="wp-caption-text">Bing Translator คลิกเพื่อดูภาพใหญ่</p></div>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">และเมื่อไม่นานมานี้ Bing Translator ได้เพิ่มการสนับสนุนการแปล &#8220;ภาษาไทย&#8221;  ส่งผลให้  Bing รองรับถึง 20 ภาษาแล้ว ในขณะที่กูเกิลมีถึง 51 ภาษา (รวมถึงภาษาไทยที่มีได้สักพัก) ในขณะที่ยาฮูนั้นรองรับเพียง 13 ภาษาไม่เปลี่ยนแปลง</p>
<p style="text-align: left;"><img src="http://img.spacethai.net/images/bingtransl.png" alt="http://img.spacethai.net/images/bingtransl.png" /></p>
<p style="text-align: left;">จากการทดสอบโดยเบื้องต้นพบว่า</p>
<p style="text-align: left;">ข้อดี ของ Bing Translator ก็คือภาษาต้นฉบับมันสามารถทราบได้โดยอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องเลือกก็ได้ ครับ ส่วนภาษาที่แก้ สามารถแปลได้ดีพอสมควร ซึ่งโอกาสหน้าผมจะนำมาเปรียบเทียบให้ดูนะครับว่าค่ายไหนแน่กว่ากัน</p>
<p style="text-align: left;">Bing Translator นั้นมีลูกเล่นมากมายเลยครับ ไม่น้อยน่ารุ่นพี่อย่างกูเกิล ยกตัวอย่างเช่น</p>
<table id="tblTBot" border="0">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 15%;" rowspan="3"></td>
<td valign="top"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.microsofttranslator.com/Widget" > <img src="http://img.spacethai.net/images/mstranslat.gif" alt="" width="48" height="48" /> </a></td>
<td><span id="lblWidgetText1">วิดเจ็ตเว็บเพจ Microsoft® Translator ช่วยให้คุณสามารถมีการแปลในเว็บไซต์ของคุณได้ในแบบเรียลไทม์</span></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2">
<hr /></td>
</tr>
<tr>
<td valign="top"><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://wltbot.spaces.live.com/" > <img src="http://img.spacethai.net/images/tbotsmall.gif" alt="" width="66px" height="89px" /> </a></td>
<td><span id="lblTbotText1">บอทแปลสำหรับ Windows Live Messenger</span><br />
<span id="lblTbotText2IE">เพียงเพิ่ม <a href="msnim:add?contact=mtbot@hotmail.com">mtbot@hotmail.com</a> ลงในผู้ติดต่อของคุณแล้วเชิญ Tbot เข้าร่วมการสนทนาของคุณ</span> <span id="lblTbotText2Other">เพียงเพิ่ม mtbot@hotmail.com ลงในผู้ติดต่อของคุณแล้วเชิญ Tbot เข้าร่วมการสนทนาของคุณ</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;">และนอกจากนี้ยังมีพวก สคริปติดเว็บช่วยแปลภาษาหน้าเว็บอีกด้วย</p>
<p style="text-align: left;">สำหรับเพื่อนๆท่านใดต้องการทดสอบใช้ Bing Translator สามารถเข้าไปทดลองใช้ได้ที่ http://www.microsofttranslator.com</p>
<p>&copy;2012 <a href="http://www.phet.in.th" >Phet.in.th HS4POV เพชรอินไทย บล็อกคนไทย ใครๆก็อยากอ่าน  แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีไม่มีวันหยุดนิ่ง</a>. All Rights Reserved.</p>.<p><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.phet.in.th/goto/http://www.addtoany.com/share_save#url=http%3A%2F%2Fwww.phet.in.th%2F2009%2F09%2Fbing-translator-vs-google-translate%2F&amp;title=Bing%20Translator%20%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C%20%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%20Google%20Translate" class="a2a_dd a2a_target addtoany_share_save"  id="wpa2a_20"><img src="http://www.phet.in.th/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share"/></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.phet.in.th/2009/09/bing-translator-vs-google-translate/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

