RSS

40 ปี อินเทอร์เน็ต ก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงของมนุษยชาติ

Wed, Oct 28, 2009

Computer, Genaral Talk, Internet

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ เนื่องจากที่ผ่านมาผมติดภารกิจหลายอย่างจึงมิได้มาบอกกล่าวเรื่องราวต่างๆผ่านบล็อก นั้นอาจเป็นเพียงเหตุผลบางส่วน แต่อีกเหตุผลหนึ่งนั้นอาจเกิดจากโรคขาดไอเดียครับ นึกไม่ออกว่าจะต้องเขียนอะไร วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง 40 ปี อินเทอร์เน็ต ซึ่ง วันที่ 29 ตุลาคม 1969 เป็นวันแรกของการทดลองส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย ARPANET  และในปีนี้ (2009)เป็นวันครบรอบ 40 ปีอย่าลืม Happy Birth Day นะครับ

http://img.spacethai.net/images/arpanet1.gif

รูปแสดงเครือข่าย Arpanet

วันที่ 29 ตุลาคม 1969 เป็นครั้งแรกของโลกที่มีการทดลองเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายที่ชื่อว่า ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork) ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ (U.S.Department of Defense – DoD) ต่อมาเครือข่ายนี้ได้รมีการพัฒนาโดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำในสหรัฐ โดย

ค.ศ.1969(พ.ศ.2512) อาร์ป้าเน็ตได้รับทุนสนันสนุนจากหลายฝ่าย และเปลี่ยนชื่อเป็นดาป้าเน็ต (DARPANET = Defense Advanced Research Projects Agency Network) พร้อมเปลี่ยนแปลงนโยบาย และได้ทดลองการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์คนละชนิดจาก 4 เครือข่ายเข้าหากันเป็นครั้งแรก คือ

1)มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลองแองเจอลิส

2)สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด

3)มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาบาร่า และ

4)มหาวิทยาลัยยูทาห์

เครือข่ายทดลองประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นในปีค.ศ.1975(พ.ศ.2518) จึงได้เปลี่ยนจากเครือข่ายทดลอง เป็นเครือข่ายที่ใช้งานจริง ซึ่งดาป้าเน็ตได้โอนหน้าที่รับผิดชอบให้แก่หน่วยการสื่อสารของกองทัพสหรัฐ (Defense Communications Agency – ปัจจุบันคือ Defense Informations Systems Agency) แต่ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีคณะทำงานที่รับผิดชอบบริหารเครือข่ายโดยรวม เช่น ISOC (Internet Society) ดูแลวัตถุประสงค์หลัก, IAB (Internet Architecture Board) พิจารณาอนุมัติมาตรฐานใหม่ในอินเทอร์เน็ต, IETF (Internet Engineering Task Force) พัฒนามาตรฐานที่ใช้กับอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการทำงานโดยอาสาสมัครทั้งสิ้น

http://www.icesi.edu.co/blogs_estudiantes/emicasanchez/files/2009/08/arpanet-5.jpg

ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork)

ค.ศ.1983(พ.ศ.2526) ดาป้าเน็ตตัดสินใจนำ TCP/IP (Transmission Control Protocal/Internet Protocal) มาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบ จึงเป็นมาตรฐานของวิธีการติดต่อ ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาจนถึงปัจจุบัน เพราะ TCP/IP เป็นข้อกำหนดที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในโลกสื่อสารด้วยความเข้าใจบน มาตรฐานเดียวกัน

http://img.spacethai.net/images/arpanet4.jpg

ภาพด้านบนคือ หน่วยประมวลผลอินเทอร์เฟซฟังก์ชัน (IMP) ส่วนประกอบหลักของเครือข่าย ARPANET

ค.ศ.1980(พ.ศ.2523) ดาป้าเน็ตได้มอบหน้าที่รับผิดชอบการดูแลระบบอินเทอร์เน็ตให้มูลนิธิวิทยา ศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation – NSF) ร่วมกับอีกหลายหน่วยงาน
ค.ศ.1986(พ.ศ.2529) เริ่มใช้การกำหนดโดเมนเนม (Domain Name) เป็นการสร้างฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distribution Database) อยู่ในแต่ละเครือข่าย และให้ ISP(Internet Service Provider) ช่วยจัดทำฐานข้อมูลของตนเอง จึงไม่จำเป็นต้องมีฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์เหมือนแต่ก่อน เช่น การเรียกเว็บไซต์ www.phet.in.th จะไปที่ตรวจสอบว่ามีชื่อนี้ในเครื่องบริการโดเมนเนมหรือไม่ ถ้ามีก็จะตอบกับมาเป็นหมายเลขไอพี ถ้าไม่มีก็จะค้นหาจากเครื่องบริการโดเมนเนมที่ทำหน้าที่แปลชื่ออื่น สำหรับชื่อที่ลงท้ายด้วย .th มีเครื่องบริการที่ thnic.co.th ซึ่งมีฐานข้อมูลของโดเมนเนมที่ลงท้ายด้วย th ทั้งหมด
ค.ศ.1991(พ.ศ.2534) ทิม เบอร์เนอร์ส ลี (Tim Berners-Lee) แห่งศูนย์วิจัย CERN ได้คิดค้นระบบไฮเปอร์เท็กซ์ขึ้น สามารถเปิดด้วย เว็บเบราวเซอร์ (Web Browser) ตัวแรกมีชื่อว่า WWW (World Wide Web) แต่เว็บไซต์ได้รับความนิยมอย่างจริงจัง เมื่อศูนย์วิจัย NCSA ของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์เออร์แบน่าแชมเปญจ์ สหรัฐอเมริกา ได้คิดโปรแกรม MOSAIC (โมเสค) โดย Marc Andreessen ซึ่งเป็นเว็บเบราว์เซอร์ระบบกราฟฟิก หลังจากนั้นทีมงานที่ทำโมเสคก็ได้ออกไปเปิดบริษัทเน็ตสเคป

http://img.spacethai.net/images/internvpv.jpg

ภาพด้านบนคือภาพจำลองการเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนทั่วโลกของอินเตอร์เน็ต

แน่นอนที่สุดในการท่องโลกอินเตอเน็ตก็จะต้องมีเว็บบราวเซอร์ ซึ่งตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันก็มีเว็บบราวเซอร์เกิดขึ้นมากมายดังตัวอย่างข้างต้นด้านล่าง

Lynx 1993, Mosaic 1993, Netscape 1994, Opera 1994, IE 1995, Mac IE 1996, Mozilla 1999, Chimera 2002, Phoenix 2002, Camino 2003, Firebird 2003, Safari 2003, MyIE2 2003, Maxthon 2003, Firefox 2004, Seamonkey 2005, Netsurf 2007, Chrome 2008

บทวิเคราะห์

หากมองกลับไปเมื่อราว 40 ปีที่แล้วคงไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะคิดว่าเทคโนโลยีบนเครือข่ายที่รวมไปถึงสถาปัตยกรรมบนเครือข่ายซึ่งเป็นสิ่งที่ไร้ตัวตนจะกลายเป็นสิ่งที่พลิกโลกใบนี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ มันถูกในเป็นเครื่องมือในการค้นหาความรู้การแลกเปลี่ยนซึ่งวัฒนธรรม เทคโนโลยี แนวคิด ต่างๆ อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่มันเปรียบได้เสมือนได้ว่าเป็นตาที่สาม ของมนุษย์โลกเลยทีเดียว โดยในปี 2549 นิตยสารไทมส์ยกย่องให้ “ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต” เป็นบุคคลแห่งปี

http://img.spacethai.net/images/061217time.jpg

แล้วถึงแม้ว่าอินเตอร์เน็ตนั้นส่งผลทั้งผลดีผลเสียมากมาย แต่มันก็เป็นหนึ่งในอารยธรรมที่มนุษย์ได้สร้างสรรคขึ้นมาไม่แพ้การประดิษย์อักษรเลยทีเดียว

http://img.spacethai.net/images/internet.jpg

  • Share/Bookmark
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

1 Comments For This Post

  1. ลงโฆษณาฟรี Says:

    สุดๆเลยครับ

Leave a Reply