RSS

มีใครเคยรู้บ้างเกี่ยวกับประวัติของโปรแกรม MSN Messenger

Sat, Nov 15, 2008

Genaral Talk

พัฒนาการของวินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ ในการเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการติดต่อสื่อสารในประเทศไทย

ยุค นี้ พ.ศ.นี้ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ถึงความฮอตฮิตของโปรแกรม วินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ หรือ ที่เราเรียกกันว่า เอ็มเอสเอ็น ได้ ในจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด 13.4 ล้านคนในประเทศไทย มีผู้ใช้โปรแกรมวินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ ถึง 4.4 ล้านคน และส่งข้อความผ่านทางโปรแกรมนี้ถึงวันละ 120 ล้านข้อความ คิดเป็นจำนวนมากกว่าถึง 12 เท่า ของจำนวน SMS ที่ส่งผ่านโทรศัพท์มือถือ (10 ล้าน ข้อความ) นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีการใช้โปรแกรมแช็ท วินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ มากที่สุดเป็นลำดับที่ 9 ในโลกในแง่ของระยะเวลาในการใช้งาน ที่สำคัญโปรแกรมแช็ทสุดฮิตตัวนี้ยังมีชื่อเล่นสุดเก๋ว่า “เอ็ม” อย่างที่เรามักพูดกันว่า “คืนนี้จะออนเอ็มหรือเปล่า”

ในระยะเวลาเพียงแค่ 9 ปี วินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ ได้กลายเป็นโปรแกรมสนทนาโต้ตอบยอดนิยมที่คนไทยใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่าง เพื่อน หรือ แม้แต่ใช้ในการติดต่อทางธุรกิจ (เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงการคลังแนะนำให้ข้าราชการกระทรวงติดต่องานผ่านทางโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น สำหรับการทำงานที่บ้าน) ด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ของเอ็มเอสเอ็นที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวของเอง เอ็มเอสเอ็นจึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนไทย และยังได้ทำให้เกิดอีโมติคอน (สัญลักษณ์กราฟฟิคที่ใช้แสดงอารมณ์)ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของไทยเพิ่มขึ้นอีก ด้วย อาทิ อิโมติคอนรูปหน้ายิ้มที่ทำท่าไหว้ เป็นต้น

แล้วคนไทยหลงเสน่ห์เอ็มเอสเอ็นตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ? วันนี้เราจะพาคุณย้อนกลับไปดูพัฒนาการและความสำเร็จของเอ็มเอสเอ็น

พัฒนาการของวินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ ในการเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการติดต่อสื่อสารในประเทศไทย

ปี 1999: เอ็มเอสเอ็นเป็นที่รู้จักกันในระยะแรกด้วยชื่อ เอ็มเอสเอ็น แมสเซ็นเจอร์ เซอร์วิซ โดยรุ่นแรกที่ออกมามีแค่เพียงการให้บริการขั้นพื้นฐาน อาทิ การส่งข้อความโต้ตอบ รายชื่อผู้คนที่ติดต่อ รวมทั้งให้บริการในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเท่านั้น จากนั้นไม่นาน จึงได้มีการเพิ่ม
แบนเนอร์โฆษณาและฟีเจอร์ต่างๆ เพื่อปรับหน้าตาของโปรแกรมให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น

ปี 2000: เอ็มเอสเอ็น เวอร์ชั่น 3 เพิ่มความสามารถในการส่งไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ และจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังโทรศัพท์ รวมทั้งเพิ่มความสามารถของด้านไฟล์เสียง

ปี 2001: มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในส่วนของยูสเซอร์ อินเทอร์เฟซ รวมทั้งเพิ่มการแบ่งกลุ่มของรายชื่อผู้ติดต่อ นอกจากนี้ยังเปลี่ยนชื่อจาก เอ็มเอสเอ็น แมสเซ็นเจอร์ เซอร์วิซ เป็น เอ็มเอสเอ็น แมสเซ็นเจอร์ อีกด้วย

ปี 2003: มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในส่วนของแพล็ตฟอร์ม โดยนอกเหนือไปจากการสนทนาโต้ตอบกันด้วยตัวอักษรแล้ว ยังเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ เช่น อิโมติคอน อวาตาร์ และแบคกราวด์ ให้ผู้ใช้งานเลือกใช้ได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ เอ็มเอสเอ็นยังได้เปิดเว็บท่า www.msn.co.th ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย

ปี 2005: เอ็มเอสเอ็นเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ มากขึ้น อาทิ วิงค์ รูปภาพแอนนิเมชั่นเคลื่อนไหว อิโมติคอน และแบ๊คกราวด์ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้แสดงออกถึงตัวตนได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มการใช้งานของ Voice Clip ที่สามารถอัดเสียงได้นาน 15 วินาที และสามารถส่งต่อไปยังผู้อื่นได้

ปี 2006: เอ็มเอสเอ็น แมสเซ็นเจอร์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวินโดวส์ ไลฟ์ ของไมโครซอฟท์ โดยได้เพิ่มลูกเล่นต่างๆ เช่น การโทรศัพท์จากคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องโทรศัพท์ และ วินโดวส์ ไลฟ์ ทูเดย์ (ใช้เช็คข้อมูลในวินโดวส์ ไลฟ์ ฮ็อตเมล หรือ สเปซ ของผู้ใช้งาน) นอกจากนี้ เอ็มเอสเอ็นยังรอบรับการใช้งานเป็นภาษาไทยด้วย

ปี 2007: เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด เวอร์ชั่น 8.5 ซึ่งเปิดตัวเมื่อ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2007 ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติม โดยชื่อและรูปภาพของผู้ใช้งานจะปรากฎบนคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เข้าใช้งาน นอกจากนี้ ยังสามารถส่งเอสเอ็มเอสผ่านทางเอ็มเอสเอ็น และเพิ่มเมนู report abuse ด้วย

คุณกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ไมโครซอฟท์ แอดเวอร์ไทซิ่งกล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้ใช้วินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ในประเทศไทย ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความสำเร็จให้กับวินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ คือ การที่ผู้ใช้งานสามารถแสดงออกถึงตัวตนของพวกเขาผ่านทางโปรแกรมแช็ทนี้ได้ เป็นอย่างดี เราจะพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ รวมทั้งลูกเล่นต่างๆเพื่อสร้างประสบการณ์ในการติดต่อสื่อสารที่พิเศษยิ่ง ขึ้นให้กับผู้ใช้งานชาวไทยทุกคน”

ข้อมูลจาก MSN.Co.Th

Share
, , , ,

1 Comments For This Post

  1. นุช Says:

    ออออออออออออออออออออออออออออออออออเกเเพะ

Leave a Reply